สุภาษิตคำพังเพยวัวลืมตีน ความหมาย, รูป, ตัวอย่าง

สำนวนสุภาษิตคำพังเพยวัวลืมตีน

สำนวนสุภาษิตไทยหมวดหมู่ ว. วัวลืมตีน

ความหมายสำนวนสุภาษิตคำพังเพยวัวลืมตีน

ที่มาของสำนวน ตามปกติกีบรอยเท้าของวัวระหว่างเดินไปข้างหน้าจะเป็นรอยเดินหน้า คือส่วนโค้งที่ตัดกันเป็นมุมจะอยู่ข้างหน้า ตามปรกติวัวจะจำได้ว่ารอยแบบนั้นคือรอยที่เดินทางออกจากบ้านมา เวลาจะกลับบ้านก็จะเดินสวนย้อนรอยนั้นไป แต่ถ้าเกิดวัวลืมตีน คือหมายความว่า ดูไม่ออกว่ารอยเท้าไหนมาจากบ้าน ก็จะเดินมั่วไปกลับบ้านไม่ถูก หรือหลงทางนั่นเอง

สรุปความหมายของสำนวน ตามพจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ. 2542 คือ คนที่ได้ดีแล้วลืมกำพืดตน คนที่ฐานะดีแล้วลืมตัว คนที่เมื่อก่อนเคยยากจน แต่ต่อมามีฐานะดีขึ้น และลืมฐานะลืมตัวตนที่เคยเป็นมา มักใช้ในลักษณะ พูดถึงคนที่มีฐานะดีแล้ว มีความเย่อหยิ่งลืมตัวว่าเคยยากจนมาก่อน อวดร่ำอวดรวย

รูปความหมายของสุภาษิตคำพังเพยวัวลืมตีน

ตัวอย่างการใช้สุภาษิตวัวลืมตีน

  • สมชายเดิมเป็นเด็กวัด ขับมอเตอร์ไซค์รับจ้าง ต่อมาได้ดิบได้ดี เป็น ส.ส. แต่กลับมีนิสัยหยิ่งยโส ดูถูกคนเคยอุปการะ หลงระเริงในอำนาจที่ตัวเองมี มองไม่เห็นหัวคนอื่น
  • ตอนเด็กๆ เสี่ยโอม มีฐานะยากจน ตอนเรียนหนังสือก็อาศัยอยู่กับหลวงตาที่วัด แต่ตอนนี้เมื่อเขามีฐานะร่ำรวย มีชื่อเสียงทางสังคม เขาก็ทำตัวหยิ่งผยอง ชอบดูถูกคนอื่นที่ฐานะยากจน พฤติกรรมแบบนี้ตรงกับสำนวนไทยที่ว่าวัวลืมตีน
  • เด็กๆ เอ๋ย ภายภาคหน้าถ้าได้ดิบได้ดีเป็นเจ้าคนนายคนแล้ว อย่าลืมกำพืดของตนเอง และผู้ที่เคยอุปการะเรามานะลูก อย่าเป็นคนลืมตัว อย่าเป็นวัวลืมตีน จำใส่ในใจไว้ให้ดีๆ
  • นายเฉลิม เคยเป็นข้าราชการชั้นผู้น้อย ชีวิตลำบาก ไม่ได้ร่ำรวยอะไร ต่อมาลงเล่นการเมือง ได้ดิบได้ดีเป็นรัฐมนตรีหลายครั้ง มีฐานะร่ำรวยขึ้นอย่างรวดเร็ว แต่กลับกลายเป็นคนก้าวร้าว ชอบดูถูกผู้อื่น เนรคุณผู้เคยมีพระคุณต่อตน ประจบสอพลอแต่คนที่มีอำนาจเหนือตน ลืมกำพืดและอดีตของตนจนหมดสิ้น
  • คนสมัยนี้พอได้ดีแล้ว กลับเป็นวัวลืมตีน ลืมต้นกำเนิดของตัวเอง ลืมสิ่งที่ชุบสร้างตนมา บอกได้เลยคนแบบนี้ได้ดีแล้ว ไม่มีวันเจริญ สุดท้ายไม่เหลืออะไรแน่นอน

สำนวนสุภาษิตอื่นๆ

Thai Proverb Youtube