นิทานอีสป เรื่อง “กบขี้อิจฉากับวัวตัวใหญ่” ไทย-Eng

นิทานอีสปกบขี้อิจฉากับวัวตัวใหญ่ ไทย-Eng

“กบขี้อิจฉากับวัวตัวใหญ่” เป็นนิทานอีทปที่สอนให้เรารู้คุณค่าตัวเอง การยอมรับตัวเอง การไม่เอาตัวเองไปเปรียบเทียบกับใคร เป็นสิ่งที่ทุกคนควรพึงกระทำ

นิทานอีสปเรื่องกบขี้อิจฉากับวัวตัวใหญ่

กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว มีกบฝูงหนึ่งอาศัยอยู่ในสระน้ำเล็กๆ แห่งหนึ่งอย่างมีความสุข วันหนึ่งพวกเขาเห็นวัวตัวใหญ่กำลังเล็มหญ้าอย่างสงบในทุ่งใกล้ๆ กบรู้สึกทึ่งกับขนาดและพละกำลังของวัว และเริ่มรู้สึกว่าตัวเล็ก และไม่มีความสำคัญเมื่อเปรียบเทียบกัน

Once upon a time, a group of frogs lived happily in a small pond. One day, they saw a huge ox grazing peacefully in a nearby field. The frogs were amazed by the ox’s size and strength and began to feel small and insignificant in comparison.

ด้วยความอิจฉาริษยา กบตัวหนึ่งจึงเกิดความคิดขึ้น มันประกาศว่า “ถ้าเราทุกคนยืนทับกัน เราจะยิ่งใหญ่เท่าวัว!” กบตัวอื่นๆ เห็นว่าแนวคิดนี้น่าสนใจและเริ่มกองทับกัน ก่อตัวเป็นหอคอยเพื่อพยายามเทียบความสูงของวัว

Filled with envy, one of the frogs came up with an idea. It declared, “If we all stand on top of each other, we can become as big as the ox!” The other frogs found this idea intriguing and started to pile up on top of each other, forming a tower in an attempt to match the ox’s height.

ขณะที่พวกมันพยายามรักษาสมดุล กบที่ด้านล่างของหอคอยก็เริ่มรู้สึกแหลกสลาย และหนักอึ้ง พวกมันตระหนักว่าความพยายามของพวกเขาที่จะใหญ่เท่าวัวนั้นไร้ประโยชน์และอันตราย ขณะที่พวกมันกำลังจะพังทลาย หอคอยแห่งกบก็พังทลายลง และพวกมันก็ตกลงไปในน้ำ

As they struggled to maintain their balance, the frogs at the bottom of the tower began to feel crushed and overwhelmed. They realized that their attempt to become as big as the ox was futile and dangerous. Just as they were about to collapse, the tower of frogs crumbled, and they fell back into the water.

นิทานอีสปกบขี้อิจฉากับวัวตัวใหญ่

นิทานเรื่องนี้สอนให้รู้ว่า

“ความอิจฉาและการพยายามเป็นสิ่งที่คุณไม่ใช่สามารถนำไปสู่ผลลัพธ์ที่เลวร้ายได้”

  • ยอมรับตัวเอง กบในเรื่องพอใจและมีความสุขจนเปรียบตัวเองกับวัว พวกเขาเริ่มอิจฉาและไม่พอใจในขนาดและความสามารถของตนเอง เรื่องราวนี้เตือนเราถึงความสำคัญของการยอมรับและโอบกอดตัวเราในแบบที่เราเป็น แทนที่จะพยายามเป็นคนอื่นตลอดเวลา
  • ยอมรับความเป็นเอกลักษณ์ของเรา แต่ละคนมีจุดแข็งและคุณสมบัติของตนเองที่ทำให้พวกเขาพิเศษ กบในเรื่องล้มเหลวที่จะชื่นชมความสามารถพิเศษของตัวเองและพยายามเลียนแบบคนอื่น มันสอนให้เรายอมรับความเป็นปัจเจกชน และโฟกัสไปที่จุดแข็งของตัวเองมากกว่าการเปรียบเทียบตัวเองกับคนอื่น
  • อันตรายของความอิจฉา ความอิจฉาอาจนำไปสู่ความไม่พอใจโดยไม่จำเป็นและการแข่งขันที่ไม่ดี ความอิจฉาริษยาของกบทำให้พวกเขาทำการตัดสินใจที่เสี่ยงและทำไม่ได้ เรื่องราวเตือนถึงผลด้านลบของความอิจฉาและกระตุ้นให้เราปลูกฝังความพึงพอใจและความกตัญญูต่อสิ่งที่เรามี
  • ความคาดหวังที่เป็นจริง ความพยายามของกบที่จะตัวใหญ่เท่าวัวนั้นไม่สามารถเป็นจริง และไม่ยั่งยืน สอนเราถึงความสำคัญของการตั้งเป้าหมายที่เป็นจริงและเข้าใจข้อจำกัดของตัวเอง สิ่งสำคัญคือต้องมีมุมมองที่เป็นจริงและมุ่งมั่นเพื่อการเติบโตส่วนบุคคลแทนที่จะพยายามเป็นคนที่เราไม่ได้เป็น

“Envy and trying to be something you’re not can lead to disastrous consequences.”

  • Accepting ourselves: The frogs in the story were content and happy until they compared themselves to the ox. They became envious and dissatisfied with their own size and capabilities. The story reminds us of the importance of accepting and embracing ourselves as we are, rather than constantly striving to be someone else.
  • Embracing our uniqueness: Each individual has their own strengths and qualities that make them special. The frogs in the story failed to appreciate their own unique abilities and tried to imitate someone else. It teaches us to embrace our individuality and focus on our own strengths rather than comparing ourselves to others.
  • The danger of envy: Envy can lead to unnecessary dissatisfaction and unhealthy competition. The frogs’ envy of the ox led them to make a risky and impractical decision. The story warns against the negative consequences of envy and encourages us to cultivate contentment and gratitude for what we have.
  • Realistic expectations: The frogs’ attempt to become as big as the ox was unrealistic and unsustainable. It teaches us the importance of setting realistic goals and understanding our own limitations. It’s essential to have a realistic perspective and strive for personal growth rather than trying to become someone we are not.

โดยสรุปแล้วนิทานเรื่องนี้สอนบทเรียนอันมีค่าเกี่ยวกับการยอมรับตนเอง การยอมรับในเอกลักษณ์ของเรา และอันตรายของความอิจฉา มันกระตุ้นให้เราชื่นชมคุณสมบัติและจุดแข็งของตัวเอง ตั้งความคาดหวังที่เป็นจริง และมุ่งเน้นไปที่การเติบโตส่วนบุคคลมากกว่าการเปรียบเทียบตัวเองกับผู้อื่น ท้ายที่สุดแล้ว เรื่องราวนี้เตือนใจเราว่าความสุขและความสมหวังที่แท้จริงมาจากภายใน ไม่ใช่การพยายามเลียนแบบหรือเหนือกว่าผู้อื่น

นิทานอีสปเรื่องอื่นๆ

The Æsop for Children