นิทานอีสป เรื่อง “สายลมกับพระอาทิตย์” ไทย-Eng

นิทานอีสปสายลมกับพระอาทิตย์ ไทย-Eng

“สายลมและพระอาทิตย์” เป็นนิทานอีสปคลาสสิกที่บอกเล่าเรื่องราวของการแข่งขันระหว่างสององค์ประกอบตามธรรมชาติเพื่อตัดสินว่าใครแข็งแกร่งกว่ากัน เรื่องนี้สอนบทเรียนสำคัญเกี่ยวกับพลังแห่งการโน้มน้าวใจและข้อจำกัดของกำลังตน

นิทานอีสปเรื่องสายลมกับพระอาทิตย์

วันหนึ่ง สายลมและแสงแดดกำลังถกเถียงกันว่าใครแข็งแกร่งกว่ากัน เพื่อยุติการโต้วาที พวกเขาตัดสินใจจัดการแข่งขัน พวกเขาเห็นนักเดินทางคนหนึ่งกำลังเดินไปตามถนนและตกลงกันว่าคนแรกที่ทำให้นักท่องเที่ยวถอดเสื้อคลุมออกจะเป็นผู้ชนะ

One day, the wind and the sun were having a conversation about who was stronger. To settle the debate, they decided to have a competition. They spotted a traveler walking down the road and agreed that the first one to make the traveler take off his coat would be the winner.

ลมพัดแรงที่สุดเท่าที่จะทำได้ พยายามให้นักเดินทางถอดเสื้อโค้ทออก แต่ยิ่งลมแรงขึ้นเท่าไร นักเดินทางก็ยิ่งจับเสื้อโค้ทของเขาแน่นขึ้น กลัวว่ามันจะปลิวหายไป หลังจากนั้นไม่นาน สายลมก็ยอมแพ้ด้วยความหงุดหงิด

The wind went first, blowing as hard as it could, trying to make the traveler remove his coat. But the harder the wind blew, the tighter the traveler held onto his coat, afraid it would be blown away. After a while, the wind gave up in frustration.

ต่อไปก็ถึงคราวของดวงอาทิตย์ แสงอาทิตย์สาดส่องมายังนักเดินทางอย่างแผ่วเบา ความอบอุ่นของดวงอาทิตย์ทำให้นักเดินทางรู้สึกสบายตัว และในไม่ช้า เขาก็ถอดเสื้อโค้ทออกด้วยความเต็มใจ

Next, it was the sun’s turn. The sun shone brightly and gently on the traveler. The warmth of the sun made the traveler feel comfortable and he soon took off his coat willingly.

นิทานอีสปเรื่องสายลมกับพระอาทิตย์

นิทานเรื่องนี้สอนให้รู้ว่า

“การบังคับไม่ใช่วิธีที่ดีที่สุดเพื่อให้ได้มาซึ่งสิ่งที่เราต้องการเสมอไป บางครั้งการโน้มน้าวอย่างอ่อนโยนและความอบอุ่นอาจมีประสิทธิภาพดีและมากกว่า”

  • พลังแห่งการโน้มน้าวใจอาจแข็งแกร่งกว่าพลังแห่งกำลัง
  • การใช้กำลังเพื่อพยายามให้ได้มาซึ่งสิ่งที่เราต้องการสามารถต่อต้านได้
  • ความอ่อนโยนและความอบอุ่นมักจะมีประสิทธิภาพมากกว่าในการบรรลุเป้าหมายของเรา
  • ความอดทนและความเพียรเป็นสิ่งสำคัญในการบรรลุวัตถุประสงค์ของเรา

“Not always the best way to get what we want. Sometimes, gentle persuasion and warmth can be much more effective.”

  • The power of persuasion can be stronger than the power of force.
  • Using force to try to get what we want can be counterproductive.
  • Gentleness and warmth can often be more effective in achieving our goals.
  • Patience and persistence are important in achieving our objectives.

โดยสรุปแล้วนิทานเรื่องนี้เป็นเรื่องราวอมตะที่เตือนเราว่าบางครั้งวิธีการที่นุ่มนวลอาจได้ผลมากกว่าการใช้กำลัง มันสอนเราถึงคุณค่าของความอดทนและความพากเพียร และความสำคัญของการเข้าใจว่าบางครั้งการใช้กำลังอาจมีผลที่ตามมาโดยไม่ตั้งใจ

นิทานอีสปเรื่องอื่นๆ

The Æsop for Children