นิทานอีสป เรื่อง “ม้ากับคนเลี้ยงม้า” ไทย-Eng

นิทานอีสปม้ากับคนเลี้ยงม้า ไทย-Eng

“ม้ากับคนเลี้ยงม้า” เป็นนิทานอีสปที่สอนบทเรียนเราเกี่ยวกับคุณค่าของคู่หู การเคารพในตัวเองและผู้อื่น และการติดสินใจโดยยไม่คิดก่อนย่อมมีผลเสียเสมอ

นิทานอีสปเรื่องม้ากับคนเลี้ยงม้า

กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว มีม้าที่สวยงามและแข็งแรงตัวหนึ่งคอยรับใช้คนเลี้ยงม้าที่ใจดีและขยันขันแข็ง คนเลี้ยงม้าดูแลม้าเป็นอย่างดี จัดหาอาหาร น้ำ และที่พักอาศัยให้กับมัน ในทางกลับกันม้าก็ปฏิบัติหน้าที่อย่างซื่อสัตย์โดยทำหน้าที่เป็นพาหนะที่เชื่อถือได้

Once upon a time, there was a beautiful and strong horse who served a kind and diligent groom. The groom took excellent care of the horse, providing it with food, water, and shelter. The horse, in turn, faithfully carried out its duties, serving as a reliable mode of transportation.

อยู่มาวันหนึ่ง ม้าสังเกตเห็นว่าคนเลี้ยงม้าลืมติดประตูคอกให้แน่น ม้าตัดสินใจหนีด้วยความคิดเรื่องอิสรภาพและการผจญภัย มันเตะเปิดประตูคอกม้า และออกไปในทุ่งโล่ง

One day, the horse noticed that the groom had forgotten to secure the stable door properly. Tempted by the thought of freedom and adventure, the horse decided to escape. It kicked open the stable door and galloped away into the open fields.

ม้าตัวนี้เพลิดเพลินกับอิสระที่เพิ่งค้นพบ ท่องไปในทุ่งหญ้าและเพลิดเพลินกับความตื่นเต้นของอิสรภาพ อย่างไรก็ตาม เมื่อเวลาผ่านไป ม้าเริ่มรู้สึกหิวและเหนื่อย มันต้องดิ้นรนเพื่อหาอาหารและน้ำให้เพียงพอต่อการดำรงชีวิต

The horse relished its newfound freedom, roaming the meadows and enjoying the thrill of independence. However, as days went by, the horse began to feel hungry and tired. It struggled to find enough food and water to sustain itself.

ในขณะเดียวกันคนเลี้ยงม้าก็เสียใจกับการจากไปของม้า เขาค้นหาไปทั่วโดยหวังว่าจะพบเพื่อนรักของเขา ในที่สุด เขาก็สะดุดกับม้าที่อ่อนแรงและหมดแรงในทุ่งที่แห้งแล้ง

Meanwhile, the groom was devastated by the horse’s departure. He searched far and wide, hoping to find his beloved companion. Eventually, he stumbled upon the horse, weak and exhausted, in a barren field.

ด้วยความสำนึกผิด ม้าอ้อนวอนเจ้าบ่าวเพื่อให้อภัยและขอให้พากลับไปที่คอกม้า เจ้าบ่าวแม้จะผิดหวัง แต่ก็อ้าแขนต้อนรับม้า เขาเข้าใจความต้องการอิสระของม้า แต่ก็ตระหนักถึงความสำคัญของการเป็นคู่หูด้วยเช่นกัน

Filled with remorse, the horse begged the groom for forgiveness and asked to be taken back to the stable. The groom, though disappointed, welcomed the horse with open arms. He understood the horse’s desire for freedom but also recognized the importance of their partnership.

ตั้งแต่วันนั้นเป็นต้นมา ม้าและคนเลี้ยงม้าก็กลับมาสานสัมพันธ์กันอีกครั้ง ม้าตระหนักว่าอิสรภาพที่แท้จริงไม่ได้อยู่ที่การวิ่งเล่นในป่า แต่อยู่ที่ความไว้วางใจและการดูแลเอาใจใส่จากเพื่อนผู้ซื่อสัตย์

From that day forward, the horse and the groom resumed their harmonious relationship. The horse realized that true freedom did not lie in running wild but in the trust and care of a loyal companion.

นิทานอีสปม้ากับคนเลี้ยงม้า

นิทานเรื่องนี้สอนให้รู้ว่า

“อิสรภาพที่แท้จริงพบได้ในสายสัมพันธ์แห่งความไว้วางใจและความเป็นเพื่อน ไม่ใช่ภาพลวงตาของความเป็นอิสระ”

  • เห็นคุณค่าของสิ่งที่เรามี เรื่องราวเน้นย้ำถึงความสำคัญของการเห็นคุณค่า และเห็นคุณค่าของสิ่งที่เรามีอยู่แล้ว ความปรารถนาในอิสรภาพของม้าทำให้ม้าต้องละทิ้งการดู แลและความปลอดภัยจากคนเลี้ยงม้า อย่างไรก็ตาม ในไม่ช้ามันก็ตระหนักว่าอิสรภาพที่แท้จริงไม่ได้อยู่ในความโดดเดี่ยว แต่อยู่ในความเป็นเพื่อน และการสนับสนุนจากผู้อื่น
  • ความภักดีและความไว้วางใจ การตัดสินใจของม้าที่จะกลับไปหาคนเลี้ยงม้าแสดงให้เห็นถึงคุณค่าของความภัก ดีและความไว้วางใจในความสัมพันธ์ แม้ว่าม้าจะมีรสชาติของความเป็นอิสระเพียงชั่วคราว แต่มันก็รับรู้ได้ถึงการดูแลเอาใจใส่และความมุ่งมั่นที่คนเลี้ยงม้ามอบให้ ความไว้วางใจสร้างขึ้นจากความเคารพซึ่งกันและกัน ความน่าเชื่อถือ และความเต็มใจที่จะให้อภัยความผิดพลาดในอดีต
  • ผลที่ตามมาของการกระทำหุนหันพลันแล่น การตัดสินใจหุนหันพลันแล่นของม้าที่จะหนีออกจากคอกม้ามีผลที่ไม่ได้ตั้งใจ มันต้องเผชิญกับความหิวโหย ความเหน็ดเหนื่อย และความโดดเดี่ยวในการแสวงหาอิสรภาพ นิทานเรื่องนี้สอนให้เราพิจารณาผลของการกระทำอย่างรอบคอบก่อนที่จะตัดสินใจเลือกอย่างหุนหันพลันแล่น
  • ความสำคัญของการเป็นคู่หู เรื่องราวเน้นย้ำถึงความสำคัญของการเป็นหุ้นส่วนและการทำงานร่วมกันที่สามารถทำได้เมื่อแต่ละคนทำงานร่วมกัน ม้าและคนเลี้ยงม้าเสริมความแข็งแกร่งของกันและกันและพึ่งพาการสนับสนุนซึ่งกันและกัน มันเตือนเราถึงคุณค่าของการทำงานร่วมกันและผลประโยชน์ที่มาจากการทำงานร่วมกันกับผู้อื่น

“True freedom is found in the bonds of trust and companionship, not in the illusion of independence.”

  • Appreciating what we have: The story emphasizes the importance of appreciating and valuing what we already possess. The horse’s desire for freedom led it to forsake the care and security provided by the groom. However, it soon realized that true freedom is not found in isolation but in the companionship and support of others.
  • Loyalty and trust: The horse’s decision to return to the groom demonstrates the value of loyalty and trust in a relationship. Despite the horse’s temporary taste of independence, it recognized the depth of care and commitment offered by the groom. Trust is built through mutual respect, reliability, and the willingness to forgive past mistakes.
  • The consequences of impulsive actions: The horse’s impulsive decision to escape the stable had unintended consequences. It faced hunger, exhaustion, and loneliness in the pursuit of freedom. The story teaches us to carefully consider the consequences of our actions before making impulsive choices.
  • The importance of partnership: The story highlights the significance of partnerships and the synergy that can be achieved when individuals work together. The horse and the groom complemented each other’s strengths and relied on each other for support. It reminds us of the value of collaboration and the benefits that come from working in harmony with others.

โดยสรุปแล้วนิทานเรื่องนี้สอนบทเรียนอันมีค่าเกี่ยวกับการเห็นคุณค่าของสิ่งที่เรามี ความภักดีและความไว้วางใจในความสัมพันธ์ ผลที่ตามมาของการกระทำหุนหันพลันแล่น และความสำคัญของการเป็นหุ้นส่วน สนับสนุนให้เราทะนุถนอมการสนับสนุนและการดูแลจากผู้อื่น ตัดสินใจอย่างรอบคอบ และหล่อเลี้ยงความสัมพันธ์ที่มีความหมายในชีวิตของเรา

นิทานอีสปเรื่องอื่นๆ

The Æsop for Children