นิทานอีสป เรื่อง “คนตัดไม้กับเทพารักษ์” ไทย-Eng

นิทานอีสปคนตัดไม้กับเทพารักษ์ ไทย-Eng

“คนตัดไม้กับเทพารักษ์” เป็นนิทานอีสปที่สอนเราถึงความซื่อสัตย์เป็นสิ่งหนึ่งที่ดีสุดในชีวิตของคนเรา ความซื่อสัตย์นั้นให้คุณค่าดีๆ หลายอย่างแก่เรา

นิทานอีสปเรื่องคนตัดไม้กับเทพารักษ์

กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว มีชายตัดไม้ยากจนคนหนึ่งกำลังตัดไม้ใกล้แม่น้ำ ขวานหลุดจากมือและตกลงไปในน้ำ คนตัดไม้เสียใจมากเพราะขวานเป็นสมบัติล้ำค่าที่สุดและเป็นหนทางเดียวในการดำรงชีพของเขา เขานั่งอยู่ริมตลิ่ง รู้สึกหมดหนทางและสิ้นหวัง

Once upon a time, a poor woodman was cutting wood near a river when his axe slipped from his hand and fell into the water. The woodman was devastated as the axe was his most valuable possession and his only means of livelihood. He sat by the riverbank, feeling helpless and hopeless.

ขณะที่เขาเสียใจกับการสูญเสีย เทพารักษ์ซึ่งเป็นที่รู้จักในฐานะผู้ส่งสารของทวยเทพก็ปรากฏตัวต่อหน้าเขา เมอร์คิวรี่ถามคนตัดไม้ว่ามีปัญหาอะไรกับเขา และคนทำไม้ก็อธิบายว่าเขาทิ้งขวานลงแม่น้ำ และตอนนี้เขาไม่สามารถทำงานหาเลี้ยงครอบครัวได้

As he lamented his loss, the god Mercury, known as the messenger of the gods, appeared before him. Mercury asked the woodman what was troubling him, and the woodman explained that he had dropped his axe into the river, and now he could not work to support his family.

ด้วยชะตากรรมของช่างตัดไม้ เทพารักษ์พุ่งลงไปในแม่น้ำและโผล่ออกมาพร้อมขวานทองคำในมือของเขา เขาถามคนตัดไม้ว่า “นี่คือขวานของเจ้าหรือเปล่า”

Moved by the woodman’s plight, Mercury dived into the river and emerged with a golden axe in his hand. He asked the woodman, “Is this your axe?”

คนตัดไม้มองดูขวานสีทองที่ส่องประกายแล้วตอบว่า “ไม่ใช่ นั่นไม่ใช่ขวานของข้า ของข้าเป็นขวานเหล็กธรรมดา”

The woodman looked at the shining golden axe and replied, “No, that is not my axe. Mine was a simple iron one.”

เมอร์คิวรี่ผงกศีรษะและดำดิ่งลงไปในแม่น้ำอีกครั้ง คราวนี้กลับมาพร้อมกับขวานเงิน เขาถามคนตัดไม้อีกครั้งว่า “นี่ใช่ขวานของเจ้าหรือเปล่า”

Mercury nodded and dived into the river again, this time returning with a silver axe. Once again, he asked the woodman, “Is this your axe?”

คนตัดไม้ตอบว่า “ไม่ นั่นไม่ใช่ขวานของข้าเหมือนกัน ของข้าก็เป็นขวานเหล็กธรรมดา”

Again, the woodman replied, “No, that is not my axe either. Mine was just a plain iron axe.”

เทพารักษ์ยิ้มและพุ่งลงไปในแม่น้ำเป็นครั้งที่สาม คราวนี้เขานำขวานเหล็กที่หายไปของช่างตัดไม้กลับมา คนตัดไม้ดีใจและอุทานว่า “ใช่แล้ว นั่นคือขวานของข้า ขอบคุณเทพารักษ์ผู้ใจดี!”

Mercury smiled and dived into the river for the third time. This time, he brought back the woodman’s lost iron axe. The woodman was overjoyed and exclaimed, “Yes, that is my axe! Thank you, kind god!”

ด้วยความประทับใจในความซื่อสัตย์และความซื่อสัตย์ของช่างตัดไม้ เทพารักษ์ไม่เพียงแต่คืนขวานที่หายไปของช่างตัดไม้เท่านั้น แต่ยังมอบขวานทองคำและเงินให้แก่เขาเพื่อเป็นรางวัลสำหรับความสัตย์จริงของเขาด้วย

Impressed by the woodman’s honesty and integrity, Mercury not only returned the woodman’s lost axe but also gifted him the golden and silver axes as rewards for his truthfulness.

คนตัดไม้ขอบคุณเทพารักษ์ และกลับบ้านพร้อมขวานของเขาเองและขวานอีกสองอัน เขาเล่าเรื่องนี้ให้ครอบครัวฟัง พวกเขาทึ่งในความซื่อสัตย์ของเขาและรางวัลที่เขาได้รับอย่างไม่คาดฝัน

The woodman thanked Mercury and returned home with his own axe and the two additional axes. He shared the story with his family, and they were amazed by his honesty and the unexpected rewards he received.

นิทานอีสปคนตัดไม้กับเทพารักษ์

นิทานเรื่องนี้สอนให้รู้ว่า

“ความซื่อสัตย์เป็นคุณสมบัติที่มีคุณค่าที่สามารถนำมาซึ่งผลตอบแทนที่ไม่คาดคิดได้”

  • ความซื่อสัตย์และความซื่อตรง: เรื่องราวเน้นย้ำถึงความสำคัญของความซื่อสัตย์และความจริง แม้ว่าจะต้องเผชิญหน้ากับสิ่งล่อใจหรือความทุกข์ยากก็ตาม ความซื่อตรงของช่างตัดไม้ในการยอมรับความจริงเกี่ยวกับขวานที่หายไปทำให้เขาได้รับความโปรดปรานจากพระเจ้า
  • สิ่งของที่ครอบครองเทียบกับความซื่อสัตย์: คนตัดไม้ให้ความสำคัญกับคุณค่าของขวานเหล็กอันต่ำต้อยของเขาเอง มากกว่าเสน่ห์ของขวานทองคำและเงิน ตอกย้ำบทเรียนว่าการมีทรัพย์สินทางวัตถุไม่ควรลดทอนความซื่อสัตย์ของเรา
  • รางวัลที่ไม่คาดคิดของความซื่อสัตย์: เรื่องราวแสดงให้เห็นว่าความซื่อสัตย์และความซื่อสัตย์สามารถนำไปสู่รางวัลและพรที่คาดไม่ถึง ด้วยความสัตย์จริง คนตัดไม้ไม่เพียงได้รับขวานที่หายไปเท่านั้น แต่ยังได้รับขวานที่มีค่าเพิ่มเติมเป็นรางวัลอีกด้วย
  • การแทรกแซงจากสวรรค์: การปรากฏตัวของเทพารักษ์เป็นสัญลักษณ์ของแนวคิดที่ว่าความซื่อสัตย์ได้รับการยอมรับและได้รับรางวัล แม้กระทั่งจากอำนาจที่สูงกว่า

“Honesty and integrity are valuable qualities that can bring unexpected rewards.”

  • Honesty and integrity: The story highlights the importance of being honest and truthful, even when faced with temptation or adversity. The woodman’s integrity in admitting the truth about his lost axe earned him the god’s favor.
  • Material possessions vs. honesty: The woodman’s focus on the value of his own humble iron axe, rather than the allure of the golden and silver axes, underscores the lesson that material possessions should not compromise our honesty.
  • Unexpected rewards of honesty: The story shows that honesty and integrity can lead to unexpected rewards and blessings. By being truthful, the woodman received not only his lost axe but also additional valuable axes as a reward.
  • Divine intervention: The presence of Mercury, the god, symbolizes the concept that honesty is recognized and rewarded, even by higher powers.

โดยสรุปแล้วนิทานเรื่องนี้สอนเราเกี่ยวกับพลังของความซื่อสัตย์ ความซื่อสัตย์ และคุณค่าของการคงไว้ซึ่งความจริงใจต่อตนเองแม้ในสถานการณ์ที่ยากลำบาก สิ่งนี้เตือนเราว่าความซื่อสัตย์ไม่ได้เป็นเพียงคุณธรรมเท่านั้น แต่ยังสามารถนำไปสู่รางวัลและพรที่คาดไม่ถึงได้อีกด้วย

นิทานอีสปเรื่องอื่นๆ

The Æsop for Children