กลอนจีบสาว

รวม “กลอนจีบสาว” โดนๆ คัดสรรมาแบบเด็ดๆ ทั้งนั้น

กลอนจีบสาว” หากพูดถึงกลอน เราคงต้องนึกถึง สุนทรภู่ ซึ่งการแต่งกลอนเป็นเอกลักษณ์ของคำไทยอย่างหนึ่งตั้งแต่สมัยโบราณกาลนาน กลอนนั้นกลอนมารุ่งเรืองในยุครัตนโกสินทร์ ในรัชกาลพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย มีกวีสำคัญๆ ได้แก่ องค์พระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย สุนทรภู่ กรมหลวงวรวงศาธิราชสนิท ฯลฯ โดยเฉพาะสุนทรภู่ เป็นกวีที่ทำให้ฉันทลักษณ์กลอนพัฒนาถึงระดับสูงสุด มีความลงตัวทางฉันทลักษณ์ทำให้กลอนลีลาแบบสุนทรภู่ได้รับการยอมรับว่าเป็นแบบฉบับของกลอนที่ไพเราะที่สุดและนิยมแต่งจนถึงปัจจุบัน วันนี้ทางเราได้คัดสรร “กลอนจีบสาว” เด็ดๆ มาให้คุณแล้ว

ชอบแหกกฎระเบียบโรงเรียนนัก
อยากเด่นให้ใครๆ จับสายตาจ้อง
ก็อยากให้ใครต่อใครเหลียวแลมอง
ก็ฉันอยากเรียกร้องความสนใจ
ได้แต่อวดดีไปวัน-วัน
โดนไม้เรียวจนก้นด้าน..ยังไม่อาจดัดนิสัย
ก้าวร้าวแกล้งคนโน้นคนนี้ไป
ก็อยากให้เธอมาตบดัดนิสัย “ใจเกเร”


ศักวาว่าเคล็ดลับบอกรักสาว
ให้เดินเข้าไปใกล้ๆ สุภาพไว้
จิตใจนางใช่หินกรวดเม็ดดินทราย
ยื่นดอกไม้ให้ไปใจนางก็อ่อนลง
หากนางยังวางมาดไม่แสยะยิ้ม
พานางไปทานไอติมกับกาแฟขม
พอนางเผลอก็เอายานอนหลับจับใส่ลง
ให้นางทานแป๊บเดี๋ยวก็เห็นผล…จนเสร็จเรา


เธอบอกให้พูดจาจ๊ะ-จ๊ะ จ๋า-จ๋า
ฟังดูคราพูดจามันสะสวย
ไปจ๊ะจ๋ากับกะเทยฉันเลยซวย
ชีวิตเซ็งกะบวย..ซวยซิกะเทยติดเลยงอมแงม


ไม่ต้องกลัวจะไม่ได้ใจของฉัน
ขอยืนยันจากใจทั้งดวงนี้
ไม่ต้องกลัวฉันไม่สนใจ-นะคนดี
รอคิวก่อนฉันคนนี้..ติดอยู่อีกสองคน


ซื้อดอกไม้สีชมพูดูน่ารัก
ยืนปักหลักรอเธออยู่ตรงนี้
กะเซอไฟร์ให้เธออึ้งเลยคนดี
แต่ดูนาฬิกา..อีกทีมาผิดเวลา


วันนี้เธอดูเก๋จัง
ใส่ชุดดำสาวเดี่ยวเอวยกสูง
ใจฉันลอยไปหาเธออย่างไม่ต้องจูง
ไปบอกเธอให้เลยไปตรงนู้นไปไกล-ไกล


ฝึกเก๊กหล่อชอบทำหน้าเท่-เท่
แต่เธอดันมองว่าเกเร..แถมเต๊ะจุ้ย
น่าเบื่อจังชอบว่าฉันขี้คุย
แล้วอย่ามาทำหน้ามุ่ยออดอ้อนขอหัวใจฉันนะเธอ


อยากถามจังที่เธอทำยังไงถึงขาวอย่างนี้
อยากรู้สูตรเคล็ดลับดีๆ บอกทีได้ไหม
บอกมานะฉันจะไม่ไปบอกใคร
ที่ฟันเธอขาวใส.. ต่างไปจากผิวสีดำ


เธอน่ะใช่เลยเธอน่ารัก
เธอน่ะเหรอไม่รู้จักคำว่าที่สอง
หนุ่ม-หนุ่มเนี๊ยะติดงอมแงมแลเหลียวมอง
เสน่ห์ยาแฝดที่เธอลอง..ของแรงจริง-จริง


มองดูยางลบดินสอ
ที่มีเธอเคลียคลอใช้
แต่วันนี้เธอไปไหนซ๊ะไกล
วางยางลบทิ้งไว้… อีกนะยัยขี้ลืม


นั่งจิ้มกดโทรศัพท์ไปหาเธอ
จนสมองเบลอ-เบลอ เอ๋อ-เอ๋อ เฮ้อหงุดหงิด
สงสัยจังทำไมโทรไม่ติด
นี่เธอให้เบอร์ผิด..จะโทรติดได้ยังไง


พี่มาพบ นวลน้อง ครองความโสด
ต้องขอโทษ แสดงใจ ให้น้องรู้
เข้าบ้านกลอน มีสาวใหญ่ ใคร่อยากดู
ขอโฉมตรู ลองฟัง พลังใจ


ด้วยว่ารัก พี่นั้น มันล้นปรี่
ไหลลงถี่ ทุกวัน จนหวั่นไหว
จึงขอบอก ว่าจีบ รีบทันใด
ใครสนใจ ตอบมา น่าจะดี


ไม่เป็นแฟน ควงแขน ไม่เคยว่า
แค่ตอบมา เป็นกลอน วอนทุกที่
อย่าพึ่งบอก ว่ารัก  ประจักษ์ดี
เพราะตัวพี่ มีแล้ว แก้วขวัญเรือน


แต่อยากลอง จีบมา คราคิดเห็น
ใครจะเด่น คมคำ นำเสมือน
กรีดคมมีด บาดใจ ให้แชเชือน
เราก็เหมือน นักกลอน ย้อนเวลา


ไปจีบสาว คราวยาย สบายนะ
ยลวาทะ แคล่วคล่อง ต้องผวา
สำหรับ”ดิน” ผินไป ให้ไกลตา
อย่ามาซ่า ทำจีบ เดี๋ยวถีบปัง


เมียก็สาม ลูกสี่ ยังหลีสาว
มิเกรงฉาว หรือไร ยั้งใจมั่ง
มีความรัก มากไป ใจจะพัง
แต่!.. สักครั้ง หวังให้จีบ รีบรีบมา


เป็นนักกลอน ย้อนเวลา หาอดีต
เป็นนักขีด นักเขียน จนเวียนหน้า
เป็นนักรัก หรือไร ให้บอกมา
เป็นกำพร้า คนรัก หนักนะเออ


แม่ศรีเรือน มีแล้ว แจ๋วไหมพี่
แม่ผีเรือน อยากมี ดีไหมเอ่อ
ชอบนั่งนอน กินเที่ยว เชียวนะเธอ
สนไหมเน้อ อย่ายึกยัก ชักมึนงง


นอนตื่นสาย เมื่อยปวด ต้องนวดให้
ห้ามขัดใจ ห้ามเถียง อัดเปรี้ยงส่ง
ห้ามขี้เกียจ เบียดบัง หลังคตโกง
ตะวันโด่ง ข้าวปลา หาให้ทาน


ทั้งเสื้อผ้า รีดเรียบ ระเบียบจัด
ขืนชักช้า เจอหมัด จัดให้ท่าน
พอเรียกบุบ รีบวิ่ง อย่านิ่งนาน
เจอไม้คาน ของแม่ ไม่แก่ตาย


งานทุกอย่างพี่ทำได้ไม่เคยเกี่ยง
จะไม่เถียงต่อคำทำเสียหาย
จะยกย่องน้องนางเป็นคุณนาย
ไม่วุ่นวายให้ขุ่นเคืองเรื่องผ่านมา


พี่เป็นหนุ่มวัยทองคะนองศึก
ใจสั่นนึกให้ไหวหวั่นขวัญผวา
เห็นพันน้อง  น้องดิน  ชลนา
น้องณัฐชา  ต่างงดงาม หักห้ามใจ


ข่าวว่าเป็นนางสิงห์หยิ่งผยอง
เจอขุนศึกคึกคะนองคงทนไหว
ทั้งเพลงทวนดวลดาบไร้น้ำใจ
ทั้งเข่าซ้ายเตะขวาไม่ว่ากัน


พี่เป็นคนรักจริงยิ่งหวังแต่ง
ยังแข็งแรงตั้งใจมักใฝ่ฝัน
อยากเคียงคู่อยู่ครองน้องแจ่มจันทร์
หากรับหมั้น… พี่มาขอพ่อทันที…


น้องโปรยยิ้ม พริ้มพราย ชายตาให้
สะบัดใจ จองรัก เป็นสักขี
ว่าวิมล คนงาม อร่ามนี้
รอเพียงพี่ ได้คล้อง ร้องรำวง


กลองยาวเยาะ เราออเซาะ เสนาะพลิ้ว
สัมผัสผิว เนื้อนวล ชวนลุ่มหลง
เพลงสามช่า กระชุ่น กระชั้นชง
นวลอนงค์ กระแซะพี่ ตามลีลา


ฉลองโบสถ์ ปีนี้ พี่ครึกครื้น
เริงระรื่น รำชิด ขนิษฐา
เก็บเกี่ยวข้าว เสร็จสรรพ จะกลับมา
เพื่อสู่ขอ น้องยา มาเชยชม


บัตรคอนเสิร์ต แบบเบิร์ดเบิร์ด ที่เร่ิดหรู
เพื่อโฉมตรู หลั่นล้า น่าสุขสม
ขอน้องอย่า ปฏิเสธ พิเชษฐ์ชม
พาตาคม ร้องเฮ หน้าเวที


คอนเสิร์ตจบ จับจอง ห้องดินเนอร์
ไวน์เสิร์ฟเธอ พร้อมเสนอ บลูเบอร์รี่
แล้วจะพา นั่งผับ กับดนตรี
แจ๊สเพลินดี คลอพลาง ระหว่างเรา


แล้วพรุ่งนี้ พี่จะไลน์ ไปบอกนะ
ถึงฤกษ์ฉลองรักจักเฉลา
วีดีอาร์ ออร์แกไนซ์ ใช้กล่อมเกลา
งานแต่งเรา จะประทับ ตราบนิรันดร์


ไหว้ละครับ ตัวข้า มาจากเหนือ
ชื่อ.มะเดื่อ ชันษา ห้าสิบเก้า
เดินตะลอน นอนข้าง ทางลำเนา
เซซัดเข้า ถึงชาน ย่านกรุงไกล


ตามหาแฟน แสนดี มีชื่อหญิง
เธอละทิ้ง บ้านนา คราปีใหม่
ทำอาหาร ร้านห้อง ร้องเพลงไทย
เกือบหนึ่งปี ผ่านไป ได้แต่มอง

กลอนจีบสาว เสี่ยวๆ แบบโคลงสี่ กวนๆ โดนๆ ปนกันไป

ไม่ว่าสมัยโบราณบรรพบุรุษเรา จนถึงสมัยนี้ เราก็ยังใช้ กลอนในการจีบกัน ซึ่งการเรียบเรียงกลอน สามารถใช้คำสมัยใหม่ สมัยเก่าผสมปนเปมาเรียบเรียงได้ เรียกได้ว่าการใช้กลอนยังไงก็ไม่มีตกยุค ตกสมัยแน่นอน

กลอนจีบสาวเสี่ยวๆ

นับโชคดี เหลือหลาย ได้ทายทัก
แลรู้จัก  ใจบุญ คุณทั้งสอง
นั่งไขว่ห้าง ช่างงาม นาม.พันทอง
ดินละออง ระหง ทรงโสภา


อนุญาต หลบพัก ผ่อนสักนิด
ขอบใจจิต มิลืม ดื่มน้ำท่า
ขอตอบแทน การุญ คุณเมตตา
ขออาสา รับใช้ ไม่เกี่ยงงาน


ร่างยังแข็ง แรงข้อ ทรหด
จะขับรถ ดูแล คนแก่.บ้าน
จะปลูกไร่ ไถดำ ยิ่งชำนาญ
แลกอาหาร กินลิ้ม อิ่มก็พอ


จะพิทักษ์ รักเจ้า เท่าชีวิต
จะอุทิศ กายใจ ให้หมดหนอ
ทำตามสั่ง เคร่งครัด มิขัดคอ
ยังเฝ้ารอ คอยเศษ ความเมตตา


เคยบอกรัก หนักแน่น เป็นแฟนฉัน
เหตุใดกัน เปลี่ยนไป ไยใจสอง
คนชื่อ”หญิง” คือใคร ที่ใฝ่ปอง
“ดิน”เป็นรอง หรือไร ไหนว่ามา


อยากจะเจอ สักครั้ง หวังตบดิ้น
แม้”มุนินทร์” ยังพ่าย “ดิน”ร้ายกว่า
เลือกมาไว ใครอยู่ คู่ชีวา
“ดิน”หรือ”หญิง” มีค่า มากกว่ากัน


คิดถึง ทุกนาที    อยากมีเธอ ในหัวใจ
ต่อจาก คืนนี้ไป   ฉันรักเธอ ตลอดกาล
สัญญา เป็นสัญญา  ว่าจะรัก เธอให้นาน
จะไม่ ขอสาบาน   แต่รักเธอ คือสัญญาฯ


เมื่อสบตาพาใจให้ไหวหวั่น
เมื่อพบกันใจนั้นก็สั่นไหว
ตั้งแต่เกิดก็ไม่เคยจะสนใคร
ยอดดวงใจพี่นี้รักเพียงแต่เธอ


คิดถึงเธอเพียงใด เธอไม่รู้
ลองคิดดูเอาสองคูณ เอาศูนย์หาร
มีผลลัพธ์คือความรักตลอดกาล
นานเท่านานยังไม่คลาย หายรักเธอ – กลอนจีบสาว


กุหลาบแดงคือรักที่ปักอก
กุหลาบตกคือรักที่สูญหาย
กุหลาบช้ำคือรักที่มลาย
กุหลาบตายคือรักที่..ถูกลืม


รักคนบ้านไกล เดาใจยาก
แฟนเขามาก เราไม่รู้ เราไม่เห็น
เขารักเรา เขาก็รักคนอื่นเป็น
เขาไม่เห็นหน้าเราเขาก็ลืม


คิดถึงเธอเพียงใด เธอไม่รู้
ลองคิดดูเอาสองคูณเอาศูนย์หาร
มีผลลัพธ์คือความรัก ตลอดกาล
นานเท่านานยังไม่คลาย หายรักเธอ


คนไม่เคยซึ้งใครในชีวิต
อาจจะคิดซึ้งเราเข้าก็ได้
สำหรับเราคนซึ่งไม่ซึ้งใคร
อาจจะซึ้งคนซึ่งไม่ซึ้งเรา


ไอเลิฟยู ยูก็รูอยู่แก่จิต
ยูจะคิดเลิฟไอบ้างไหมน๊อ
หากยูคิดเลิฟไอไอจะรอ
ไอจะขอเลิฟยูไปจนตาย


ตราบประตู ยังอยู่ คู่หน้าต่าง
จะขออยู่ คู่นาง ไม่ห่า่งหาย
จวบสิ้นโลก ฟ้าถล่ม ดินทลาย
ขอchipหาย วอดวาย ไปตามกัน


ตัวของพี่ มีใจ ให้สาวหนึ่ง
สาวสวยซึ้ง ตรึงใจ ให้เจิดแจ่ม
ดูสำรวย สวยใส วัยแรกแย้ม
ช่างแฉล้ม แช่มช้อย ร้อยคนแล


เริ่มจากชอบ มอบต่อ ก่อเป็นรัก
เพ่งดวงพักตร์ มักยิ้ม อิ่มเอมจิต
หากร่วมเรียง เคียงคู่ อยู่เชยชิด
ไม่เผลอผิด คิดเพี้ยน เปลี่ยนน้องนาง


ประสานตา มาสบ พบความเขิน
ไม่พูดเพลิน เกินไป ว่าใจว่าง
ความสามารถ อาจน้อย คอยฝันค้าง
จึงเริ่มสร้าง ทางสู่ ประตูชัย


แต่ละวัน ผ่านมา พาความหวัง
มิหยุดยั้ง รั้งรอ ขอฝันใฝ่
เติมนิยาม ความกล้า ช้าอยู่ใย
เมื่อรักใคร ให้มุ่ง พุ่งประเด็น


อันตัวพี่ นี้หนา หน้าไม่หล่อ
แต่ก็ขอ รอใจ ในห้องว่าง
เปิดประตู สู่ใจ ในน้องนาง
รับไว้บ้าง สร้างบุญ ช่วยหนุนนำ


หญิงคนนี้ ดีเกิน คงเมินพี่
อาจต้องรี้ หนีหน้า กล้าถลำ
เพราะไม่เคย เชยแหลก แบกความช้ำ
ยถากรรม ล้ำใจ ไปฝันเพ้อ


รักเป็นหนึ่ง ตรึงใจ ไม่อาจห้าม
เริ่มลุกลาม ย่ามจิต คิดมองเหม่อ
หยุดลำบาก หากใจ ใฝ่ถึงเธอ
กลัวจีบเก้อ เซ่อซ่า หน้ามึนตึง


จะทำงาน การดี ทวีสิน
จะพลิกดิน ถิ่นที่ ทวีค่า
จะอดออม ยอมเหนื่อย และเมื่อยล้า
จะฟันฝ่า พาฝัน นั่นเพราะเธอ


จะยอมทน หนทาง แม้ขวางกั้น
จะนานวัน ฉันท์ใด ได้เสมอ
ห่างไกลน้อง ต้องหนัก จักละเมอ
ขอเสนอ เจอหน้า อย่าว่าไป


ถ้าตัวพี่ ดีพอ ขอพิสูจน์
มิเคยปูด พูดจริง สิ่งสดใส
รับประกัน นั่นแท้ แน่กว่าใคร
จะรักใคร่ ไม่ทิ้ง หญิงคนงาม


เป็นความรัก ปักใจ ในตัวน้อง
จับใจจอง ครองแน่น แผ่นภูผา
ยากเกินที่ มีคำ พร่ำพลอดมา
ปรารถนา หาทาง สร้างสัมพันธ์ – กลอนจีบสาว

ยังไม่หมดเรายังมีคำคม และ กลอน ติดตามเราได้ที่ forfundeal.com