“คำคมธรรมะ เตือนใจ” ในยามท้อ ก็ขอให้ธรรมะนำทางชีวิตท่าน

คำคมธรรมะ เตือนใจ

“คำคมธรรมะ เตือนใจ” ในยามท้อ ก็ขอให้ธรรมะนำทางชีวิตท่าน

พุทธศาสนาเป็นศาสนาประจำชาติของประเทศไทยวันนี้เรา ได้รวบรวม”คำคมธรรมะ เตือนใจ” ให้ทุกท่านได้ใช้ชีวิตในทางธรรม ทั้งเตือนใจ สอนใจ ประพฤติในทางที่ดี ขัดเกลาจิตใจทุกท่าน

พุทธศาสนากับคนไทยนั้นอยู่ด้วยกันมาอย่างช้านาน คนไทยซึมซับเอาคำสอนของพระสัมมาสัมพุทธเจ้ามาไว้เป็นเครื่องยึดเหนี่ยวจิตใจ ให้ดำเนินชีวิตไปได้อย่างสุขใจ รวมไปถึงเชื่อมั่นในคำสอนต่าง ๆ ของพระอาจารย์ที่เป็นที่เคารพของพวกเราชาวพุทธด้วย และวันนี้เรามีธรรมะ ข้อคิด คติธรรมดี ๆ ของพระอาจารย์ดัง มาฝาก เพื่อช่วยเป็นเครื่องเตือนใจในการใช้ชีวิตอย่างมีสติต่อไป

ธรรมะนำทางชีวิต


“ไม่ต้องไปหาความสุข ความสมบรูณ์แบบที่ไหนไกล แค่ใจเราสงบ นั่นแหละคือที่ชีวิตที่ดีแล้ว”


“การไม่อยากได้ ไม่อยากมี ไม่อยากเป็นเจ้าของต่อสิ่งใดๆ สิ่งนั้นแหละจะทำให้เราเป็นสุขได้”


“ไม่ว่าคุณจะเป็นใคร ถ้าคุณเริ่มที่จะเป็นผู้ให้ คุณก็จะเป็นคนยิ่งใหญ่ในสายตาคนอื่นๆ ได้”


“อย่ามองว่าทุกปัญหาที่เข้ามาเป็นเรืองทุกข์ ให้มองว่าเป็นสิ่งธรรมดาที่เราต่างต้องพบเจอ ก็จะทำให้เราไม่ทุกข์ได้”


“ไม่ต้องไปไขว่คว้าสิ่งใดๆ ในโลกในลำบาก แค่หมั่นทำความดี สิ่งดีๆ ก็จะย้อนกลับมาสู่ตัวคุณเอง”


“นักกีฬายิงธนูที่ดี ต้องยิงให้ตรงเป้าหมายฉันใด คนที่ดีที่จะประสบความสำเร็จในชีวิต ก็ต้องมีเป้าหมายที่ดี ในการดำเนินชีวิตฉันนั้นเหมือนกัน”


“ลองมองวิบากกรรมที่เกิดขึ้นกับตัวเอง ด้วยสายตาของปราชญ์สิ แล้วเราจะพบว่า ทุกการกระทำของเรา ล้วนส่งผลถึงชีวิตของเราอย่างถึงพริกถึงขิงจริงๆ”


“จิตที่ฝึกดีแล้ว…
ย่อมนำสุขมาให้…
แล้ววันนี้เราได้ฝึกจิตของตนเองแล้วหรือยัง…
ถ้ายัง…ก็หาโอกาสฝึกบ้างนะ….เจริญพร”

“ความสุขทั้งหลาย…
อยู่รอบตัวเรา…
แต่มักมองไม่เห็น…
ความสุขทั้งหลาย…
เริ่มต้นที่ใจเราเอง”

“รอยยิ้มและเสียงหัวเราะ…
คือ ยาอายุวัฒนะ…
จงยิ้มให้กับตนเองและผู้อื่นให้มาก…
หรือถ้าหากไม่มีใครยิ้มให้เรา…
ก็จงยิ้มให้กัีบตัวเราเอง…
แล้ววันนี้เรายิ้มให้กับตัวเองแล้วหรือยัง….
ถ้ายังก็จงยิ้มเถิด จะหน้าบูดอยู่ใย…
ยิ้มสิ แล้วจะรู้ว่า ความสุขอยู่ไม่ไกล… “

“บุคคลที่มีจิตเมตตาต่อบุคคลอื่น…
อยู่ที่ไหนก็มักมีผู้อุปภัมถ์อยู่เสมอ…
เรียนรู้ที่จะให้ มากกว่าเรียนรู้ที่จะรับ…
ตื่นมาตอนเช้า…
อย่าถามตัวเองว่าเราจะได้รับอะไรจากสังคมแห่งนี้…
แต่จงถามตัวเองว่า เราจะให้อะไรกับสังคมนี้ดี…
เรียนรู้ที่จะให้ แล้วเราจะมีแต่ความสุข… ” เจริญพร

“สำหรับบางคนที่ยังมีภาพอดีตที่แสนเจ็บปวด จงคิดในใจเสมอว่า
“ถ้าไม่ปล่อยมือจาก อดีต แล้วจะเอามือที่ไหนคว้าอนาคต” เจริญพร

“ขอให้ท่านทั้งหลาย…
สว่างตานอกด้วยแสงไฟ…
แต่จงสว่างตาในด้วยแสงธรรม…
จำไว้เสมอว่า…
สิ่งที่ตาเห็น… กับสิ่งที่ปัญญาประจักษ์…
อาจจะไม่สอดคล้องกันเสมอไป…
…อย่าตัดสินคนอื่นเพียงแค่ตาเห็น…
แต่จงตัดสินด้วยการกระทำจะดีกว่า… “

“จงสู้เพื่อสร้างฝัน…
เก็บฝันนั้นมาไว้ในกำมือ…
ไม่มีใครทำลายความฝันเราได้หรอก…
นอกจากตัวเราเอง…
สู้เถิด…สักวันคงเป็นวันของเราบ้าง… “

“การกระทำใด…
ที่คิดว่า ดีแล้ว…
เหมาะสมแล้ว…
ก็กระทำเถิด…
แต่ถ้าคิด ว่า ไม่เหมาะสม…
เดือดร้อนเรา และผู้อื่น…
ก็อย่ากระทำ…
ดีชั่วอยุ่ที่ตัวทำ…ท่านทั้งหลาย… “

“รอยยิ้มและเสียงหัวเราะ คือ ยาอายุวัฒนะ
จงยิ้มให้โลกนี้เป็นสีชมพู จะได้น่าอยู่… “

“ธรรมะกับความห่วงใย โปรดจงให้อภัยกันและกันเมื่อผิดพลั้งไป”

“ลองมองความพลัดพราก ด้วยสายตาของปราชญ์สิ แล้วเราจะพบว่า ความพลัดพรากกำลังสอนให้เรา หันกลับมาเรียนรู้ที่จะอยู่กับคนที่เรารักอย่างคุ้มค่า”


“ลองมองความตาย ด้วยสายตาของปราชญ์สิ แล้วเราจะพบว่า ความตายกำลังสอนให้เรา เพียรทำวันนี้ให้ดีที่สุด”


“ผู้บริหารที่ประสบความสำเร็จ มักจะถือคติ… ทำ ๑ แต่ได้ ๑๐๐ ทำน้อยแต่ได้มาก”


“ลองมองความเจ็บด้วยสายตาของปราชญ์สิ แล้วเราจะพบว่า ความเจ็บกำลังสอนให้เรา หับกลับมาดูแลสุขภาพของตัวเอง”


“นักปฏิบัติธรรม มักถูกทดสอบอยู่เสมอ ยิ่งปฏิบัติธรรมสูงขึ้นๆ ยิ่งถูกทดสอบว่า จริงๆแล้วสามารถลดละปล่อยวางจากกิเลสตัณหาโลภโกรธหลงกามราคะได้จริงไหม ถ้ามีใครมาพูดยั่วยุให้โกรธแล้วยังโกรธอยู่ หรือมีใครนำสิ่งของเงินทองที่มีที่มาไม่บริสุทธิ์มามอบให้แล้วใจยังโลภอยู่ แสดงว่ายังห่างไกลจากการบรรลุ
ธรรมอีกมาก แต่ถ้าไม่ว่ามีใครหรืออะไรมายั่วยุให้โกรธ หรือมาทดสอบความโลภแล้วสามารถมีสติควบคุมใจให้วางเฉยได้ นั่นแสดงว่าบุคคลคนนั้นสอบผ่านและถ้าสามารถปฏิบัติตนอยู่ในทาน ศีล ภาวนาตลอดจนควบคุมสติและใจไม่ให้หวั่นไหวในโลกธรรมทั้งแปดประการได้แบบคงที่ตลอดเวลาแล้วละก็ บุคคลคนนั้นย่อมไม่ห่างไกลจากนิพพาน…”


“เมื่อกาลเวลาผ่านไป…
ให้กลับมาย้อนมาดูตัวเองว่า…
เรากำลังทำอะไรอยู่…
สิ่งที่คุณกำลังกระทำอยู่ในปัจจุบัน…
จะบ่งบอกตัวตนของคุณว่าคุณเป็นใคร…อยากลงมือทำอะไรให้รีบทำ…
(แต่ต้องอยู่ในกรอบของศีลธรรม)” เจริญพร

“เราสามารถสร้างโอกาสดีๆในชีวิต…
ด้วยตัวของเราเอง….
อยู่ที่ว่าเรา จะสร้างมันขึ้นมาหรือเปล่า…
โอกาสดีๆบางครั้งเกิดขึ้นกับชีวิตเพียงครั้งเดียว…
และมันจะไม่ย้อนกลับมาอีกเลย…
หากวันนี้คุณยังไม่่มีโอกาสดีๆในชีวิต….
อย่าลืมสร้างมันขึ้นมาด้วยตัวของเราเอง…
โอกาสสร้างได้…ถ้าเราลงมือทำ…
แล้วตัวเราจะได้รับโอกาสดีๆ…
ในชีวิตอีกมากมาย” เจริญพร…

“คนเก่ง..ใช้เวลา 2-3 ปีก็สอนให้เก่งได้ ..
แต่.. คนดีต้องใช้เวลา ‘ชั่วชีวิต’ สอนกัน
คนเก่งมักจะขาดความจงรักภักดี ไม่มีความกตัญญู”

“ความทุกข์ที่ถาโถมเข้ามาในชีวิตเรา…
จะหล่อหลอมให้เรา…
เป็นบุคคลที่่เเข็งแกร่ง…
และสามารถอยู่บนโลกใบนี้…
ได้อย่างเข้าใจและไม่เป็นทุกข์…
เพราะเรามีธรรมะอยู่ในใจเรียบร้อยแล้ว… “

“หลายๆครั้ง โอกาสผ่านมา แล้วก็ผ่านไป
เพราะอะไร เพียงเพราะเรา ไม่เห็นมัน
ไม่มีใครทำลายความหวังของเราได้
หากเราไม่ทำลายด้วยตัวของเราเอง”

“ลองมองความแก่ ด้วยสายตาของปราชญ์สิ แล้วเราจะพบว่า ความแก่กำลังจะสอนให้เรา ไม่ประมาทในวันเวลา”


“อ่อนโยนดั่งผีเสื้อ แกร่งเหลือดั่งเหล็กไหล คือสองคุณสมบัติวิวัฒน์ไว ผลิบานอยู่กลางใจของเธอเอง”


“สิ่งที่เรามีอยู่ จะหลุดลอยจากเราไปทีละสิ่ง ไม่เร็ว ก็ช้า สัจธรรมเช่นนี้จะเกิดกับเราทุกคน กล่าวตามความเป็นจริงแล้ว ไม่มีอะไรเลย ที่เป็นของเราอย่างแน่แท้ สรรพสิ่งล้วนเป็น “ของมัน” อย่างนั้นเอง ไม่มีอะไรที่ “เป็นของเรา” อย่างแท้จริง สรรพสิ่งประดามี คือ “ความชั่วคราว” ที่ดูเหมือนมั่นคงแค่นั้นเอง”


“บางครั้งการได้ทำประโยชน์กับผู้อื่นหรือสังคมบ้าง ก็ย่อมดีกว่าการปล่อยวันเวลาให้ผ่านไปอย่างไร้ค่า หาประโยชน์อันใดไม่ได้เลย”


“บุคคลที่มุ่งแต่ทางโลก ย่อมเสาะแสวงหาแต่เงินทอง ลาภยศ สรรเสริญ แบบไม่มีวันสิ้นสุด แต่บุคคลที่มุ่งมาทางธรรมจะไม่ยินดีในลาภยศสรรเสริญเงินทอง สละได้ในทุกสรรพสิ่งอันอุดม
ไปด้วยกิเลสตัณหาด้วยการปล่อยวาง.. “


“อันความดี คนชั่วไม่ทำ….
อันความชั่ว คนดีจะไม่มีวันทำ… “


“ยิ่งท่านแสดงอาการโกรธหรือด่าว่าหรือนินทาผู้อื่น ท่านยิ่งไร้คนนับถือหรือศรัทธา คนเจ้าปัญญาย่อมนิ่งเงียบสงวนคำ พูดแต่ละคำล้วนมีประโยชน์ จึงมีแต่คนนับถือและศรัทธา… “


 “ท่านเคยสังเกตตนเองไหมว่า ในทุกครั้งที่ท่านทำความชั่วหรือสร้างอกุศลกรรม ท่านจะมีแต่ความไม่สบายใจ หาความสงบสุขไม่ได้เลย แต่ในทางตรงกันข้ามนั้น ในทุกครั้งที่ท่านทำความดีหรือสร้างกุศลกรรมแม้เพียงเล็กน้อยก็ตาม ท่านจะปิติสุขใจไปตลอดทั้งวัน นึกถึงทีไรก็ชื่นใจเสมอ… “

“หากเธอศรัทธาในผู้ใด ก็จงซึมซับในคุณธรรมของเขา”


“รถทุกคันล้วนมีเบรก รถทุกคันล้วนมีท่อไอเสีย คนทุกคนต้องมีเบรกคือสติ ต้องมีท่อไอเสียคือการปล่อยวาง”


“หากเมื่อใดที่เราสามารถฝึกสติให้เข้มแข็งจนสามารถเลิกคิดฟุ้งซ่านได้ตามที่ต้องการ ชีวิตจะเบาสบายเหมือนขนนก สภาพจิตอาจอยู่ในลักษณะ ฝนตกไม่ต้อง ฟ้าร้องไม่ถึง สามารถหยัดยืนอยู่ในโลกได้อย่างชนิดที่ไม่ต้องขึ้นต่อใครในทางความรู้สึกอีกเลย”


“รักอย่างลืมตัว “ที่ใดมีรัก ที่นั่นมีทุกข์” แต่ถ้ารักอย่างรู้ตัว “ที่ใดมีรัก ที่นั่นก็มีสุข” ที่มา..หนังสือ “ก้าวไปให้ถึงรักแท้” ว.วชิรเมธี”


“ทุกครั้งที่เราใช้ Facebook จงถามตัวเองเสมอว่า เราใช้ในเชิง “สร้างสรรค์” หรือมุ่งมั่นใช้ในทาง “ทำลาย”


“รถทุกคันล้วนมีเบรก รถทุกคันล้วนมีท่อไอเสีย คนทุกคนต้องมีเบรกคือสติ ต้องมีท่อไอเสียคือการปล่อยวาง”


“หากเมื่อใดที่เราสามารถฝึกสติให้เข้มแข็งจนสามารถเลิกคิดฟุ้งซ่านได้ตามที่ต้องการ ชีวิตจะเบาสบายเหมือนขนนก สภาพจิตอาจอยู่ในลักษณะ ฝนตกไม่ต้อง ฟ้าร้องไม่ถึง สามารถหยัดยืนอยู่ในโลกได้อย่างชนิดที่ไม่ต้องขึ้นต่อใครในทางความรู้สึกอีกเลย”


“เรียนรู้ทุกอย่าง…อย่างเข้าใจ…แล้วเราจะไม่เป็นทุกข์”

“ยิ้มกันเข้าไว้…โลกจะได้กลายเป็น…สีชมพู…และน่าอยู่”

“อย่าเอาชีวิตเราไปฝากที่เท้าใคร เพราะเมื่อเค้าเดินจากไป เราจะไม่เหลืออะไรเลย”

“ธรรมะสวัสดี กับวันศุกร์ที่หลายคนที่มีความสุข
ทุกท่านจงมีความสุขสวัสดีและมั่งมีศรีสุขทุกท่านๆ ” เจริญพร

“ชีวิตนี้ไม่มีอะไรแน่นอน…
มีอย่างเดียวที่แน่นอน…
นั่นคือ…ความตาย…
ที่แต่ละคนไม่อยากพบเจอ…
แต่เป็นเรื่องจริง…
ที่ทุกคนหลีกหนีไม่พ้น…
ฉะนั้นจงดำเนินชีวิต…
ด้วยความไม่ประมาทเทอญ… “

“ในโลกใบนี้…เราสมมุติขึ้นทั้งนั้น… ” เจริญพร

” ‘วันพิเศษ’ คือวันที่เราอยากได้รับการดูแลเป็นพิเศษ
แค่คนพิเศษดูแลเราไปวันๆ นั้นจะกลายเป็นวันที่เราเศร้าเป็นพิเศษ เพราะแม่ไม่ใช่ยาคูลล์ รีบกตัญญ ก่อนหมดอายุ” เจริญพร

“ความรัก ไม่ใช่การประเคนของให้กัน
แต่ความรัก คือการมีส่วนร่วมซึ่งกันและกัน
และรักไม่ใช่การโอ้อวด
หากแต่รักคือการเอาใจใส่ซึ่งกันและกัน” เจริญพร

“อารมณ์ขัน..เป็นสิ่งยอดเยี่ยมที่สุด..
ที่ช่วยรักษาสิ่งอื่นได้…
เพราะทันที-ที่เกิดอารมณ์ขัน
ความรำคาญ..และความขุ่นข้อง-หมองใจ..จะหายไป
กลับกลายเป็น..ความเบิกบานแจ่มใส..ของจิตใจ เข้ามาแทนที่” เจริญพร

”สิ่งใดที่ควรได้ควรมี ก็จงพยายามทำให้สำเร็จ
สิ่งใดเกินกำลัง ก็จงยอมรับว่าแม้ยังไม่สามารถไขว่คว้ามาได้
ก็จะหาหนทางในคราวต่อไปเมื่อโอกาสมาถึงพร้อม”

“วันแม่แห่งชาติ เตือนสติคนไทยให้รัก บูชาพระอรหันต์ในบ้าน
ขออำนวยอวยพรทุกท่านที่จะมีความสุขและความรักที่งดงามตลอดไป
รักอื่นหมื่นแสนไม่แม้นรัก
เป็นรักแท้มอบให้ลูกชายหญิง
พร้อมปลิดชีพพลีร่างไม่ประวิง
เจ้าคือสิ่งสูงค้าแก้วตาเอย”

“งานที่ดีคือ งานที่สนุกตอนทำ
และภูมิใจตอนเห็นงานเสร็จ” ธรรมะกำลังใจ เจริญพร

“กับคนเลว ต้องยิ่งกวดขัน
กับคนดี สมควรผ่อนปรน
ย่อหย่อนไป คนชั่วได้ใจ
ตึงเกินไป จักเสียคนดี” เจริญพร

“รักอย่างลืมตัว “ที่ใดมีรัก ที่นั่นมีทุกข์” แต่ถ้ารักอย่างรู้ตัว “ที่ใดมีรัก ที่นั่นก็มีสุข” ที่มา..หนังสือ “ก้าวไปให้ถึงรักแท้” ว.วชิรเมธี


“ถ้ายอมกะเทาะเปลือกแห่งทิฐิ ความยึดถือติดมั่น รั้นดื้อถือในความคิดเห็นของตน หรือสลัดอัตตาตัวตนทิ้งไป ทำตนเป็นคนเล็กคนน้อย อ่อนน้อมถ่อมตน วางตนเป็นคนธรรมดาสามัญ ไม่ยโสโอหัง ปล่อยวางหัวโขนอย่างรู้เท่าทันโลกธรรม เดินอยู่บนวิถีทางแห่งปัญญาและความเรียบง่ายแล้ว คนเช่นนี้ก็จะสามารถค้นพบ “ทองคำแท้” ที่ซุกซ่อนอยู่ภายในตัวตนของตนได้เสมอ โดยมิพักต้องรอให้ใครต่อใครช่วยกะเทาะแต่อย่างใด”


“การมีกัลยาณมิตรก็เหมือนมีดวงอาทิตย์ประจำตัว”


“จินตนาการ คือ สถาปนิกชั้นยอด ความล้มเหลว คือ นั่งร้านของความสำเร็จ และความเพียร คือ นายช่างผู้มากฝีมือ” – คำคมธรรมะ สอนใจ


“โลกนี้มีพอสำหรับทุกคน แต่ยังคงขัดสนสำหรับผู้ไม่พอ”


“คนดีที่ซื่อสัตย์ทั้งหลายก็ควรจะเชื่อมั่นว่า ความดีที่ตนทำด้วยความซื่อสัตย์สุจริตที่แม้จะถูกมองว่าเชย ไม่ฉลาดในสายตาของคนโง่นั้น ย่อมเป็นเหมือนรอยจารึกบนศิลาที่จะไม่มีวันลบหายไปด้วยแรงลม น้ำเซาะหรือเพราะถูกแดดเผา ฝนสาด ความดีที่สุจริตโปร่งใสนี้แหละจะเป็นเงาตามตัวของเราตลอดไป เราอยากให้เงาของตัวเองดีงามหรืออัปลักษณ์ก็ควรจะเลือกถามใจตัวเองดู”


“น สิยา โลก วฑฺฒโน “อย่าทำตนเป็นคนรกโลก” (พุทธภาษิต-ขุ.ธ. ๒๕/๓๓)”


“ชีวิต คือ งานศิลปะ”

“ศิลปะใช่แค่วาดกระดาษแก้ว ใช้รูปแพรวพราวพรายในเส้นสี ใช่แค่ปั้นประติมาประดามี ใช่จัดวางอย่างพอดีรุจีรัตน์”


“แต่ชีวิตคืองานศิลปะ รู้จักละรู้จักเติมเสริมสวัสดิ์ รู้จักก้าวรู้จักถอยพลอยพิพัฒน์ รู้จักมัดใจคนไม่จนใจ”


“เกิดอย่างไร…ไม่สำคัญ…สำคัญที่การ…ปฏิบัติตัวมากกว่า…(เกิดมาแล้ว…หมั่นสร้างบุญ…สร้างกุศล…ไว้เป็นทุน…เป็นดีที่สุด)”

“ความขยัน…มีแต่ทำให้…คนเจริญ…
ส่วนคนขี้เกียจ…มีแต่จะทำให้…คนล้มเหลว… “

“ความทุกข์…อยู่กับเราได้ไม่นานหรอก…เดี๋ยวมันก็จากไป… “

“ความสุข…ความทุกข์…เป็นเพื่อนหยอกเล่นกัน… “

“อะไรที่ตัดสินใจไปแล้ว
จงยอมรับผลของการตัดสินใจนั้น
ไม่ว่าจะดีหรือร้าย
เพราะย้อนกลับไปแก้ไขอะไรไม่ได้แล้ว
แต่สามารถเรียนรู้จากมันได้”

“รู้จักวาดวิสัยทัศน์อันชัดชี้ รู้จักมีเครดิตรู้จิตใส รู้จักบาปรู้จักบุญสุนทรไท รู้จักไม่ท้อแท้แม้อ่อนแรง”


“รู้ว่ารู้หรือไม่รู้อยู่บางเรื่อง รู้จักเปลื้องความหลงผิดความคิดแผลง รู้จักนำชีวิตวิจิตรแจง รู้จักแปลงตัวตนให้พ้นทุกข์!”


“จงเอาชนะความโกรธด้วยความไม่โกรธ จงเอาชนะความชั่วด้วยความดี จงเอาชนะความตระหนี่ด้วยการให้ จงเอาชนะความเท็จด้วยความสัตย์”


“หากเธอไม่เห็นคุณค่าของประวัติศาสตร์ ก็จะไม่สามารถสร้างอนาคตที่รุ่งโรจน์”


“อย่าเอาของสูงค่า ไปมอบให้แก่.. คนที่ไม่เห็นคุณค่า อย่าใช้คนที่มีความรู้ความสามารถ โดยไม่สอดคล้องกับความสามารถที่แท้จริงของเขา”


“แก้วที่เต็มไปด้วยน้ำ ไม่อาจรองรับน้ำได้อีกฉันใด คนที่เต็มไปด้วย “ทิฐิมานะ” ก็ไม่อาจรองรับภูมิปัญญาได้อีกฉันนั้น”


“ยามแ่ก่เฒ่าหมายเจ้าเฝ้ารับใช้…
ยามป่วยไข้หมายเจ้าเฝ้ารักษา…
เมื่อถึงยามล่วงลับดับชีวา…
หมายลูกยาปิดตาคราสิ้นใจ…
รักพ่อแม่ให้มากก่อนที่ไม่มีพ่อแม่ให้รัก…
ดูแลพ่อแม่ให้ดีก่อนที่จะไม่มีพ่อแม่ให้ดูแล… “

“ยึดติดกับเมื่อวานมากไปก็เป็นทุกข์…
สู้อยู่กับปัจจุบันแล้วทำให้เป็นสุขจะีดีกว่า…”

“ความดีที่เราทำ…จะหอมตามลมและทวนลม…
พึงระลึกอยู่เสมอว่า…ความดีสวยงามเสมอ… “

“พูดดี…อาจพบกับ…ความสำเร็จ…
พูดไม่ดี…อาจพบกับ…หายนะ….
คำพูดที่ไม่เป็นมงคล…อย่าฟัง…เพราะอาจทำให้เรา…เป็นทุกข์ได้…
คำพูดที่เป็นมงคล…ควรฟัง…เพราะอาจทำให้เรา…เป็นสุขได้… “

“มีสองอย่าง…ที่ติดตัวเราไปตลอด…
คือ…ความดี…กับความชั่ว…เท่านั้นเอง…
ยึดมั่นมาก…ก็ทุกข์มาก…
ยึดมั่นน้อย…ก็ทุกข์น้อย… “

“คนมองโลกในแง่ดี…จะมี …ความสุข…เข้ามาในชีวิต
คนมองโลกในแง่ร้าย..จะมี …ความทุกข์…เข้ามาในชีวิต”

“จงดำเนิน…ชีวิตนี้…ด้วยความไม่ประมาท…
เพราะความประมาท…เหมือนทำให้เรา…
จากโลกนี้ไปแล้ว…โดยสิ้นเชิง… “

“โกรธคือ…โง่
โมโหคือ…บ้า
ไม่โกรธ…ดีกว่า
จะไม่บ้าไม่โง่…
ความโกรธ…เป็นเครื่องบั่นทอน…จิตใจของเรา…
เมื่อโกรธเขา…จงแผ่เมตตาให้เขา…เสียดีกว่า… “

“อุปสรรค เป็นเหมือนเงา ที่มักจะใหญ่ตามความสำเร็จ
เพราะฉะนั้น คนแท้ไม่ท้อ คนท้อ ไม่แท้ เจริญพร”

“ชีวิตที่ขาดเป้าหมาย…ก็ไม่ต่างอะไร…กับเรือ…ที่ลอยเคว้งคว้าง…อยู่กลางมหาสมุทร…ที่ไม่รู้ว่า…จะไปถึงฝั่งได้อย่างไร… “

ผู้หญิง ผู้ชาย ถ้าสนใจปฏิบัติธรรม ก็บรรลุนิพพานได้เสมอหน้ากัน


ชีวิตจะเป็นอย่างไร… ขึ้นอยู่กับว่า เราเลือกเส้นทางไหน ให้ตัวเองดำเนิน


แพ้ชนะในกีฬาเป็นสิ่งสมมติ สิ่งสำคัญสูงสุดคือมิตรภาพ


ความทุกข์เกิดขึ้นมาไม่ใช่เพื่อให้เราท้อ แต่เกิดขึ้นมาเพื่อให้เราก้าวต่อไปจนพบความสุข


“ความทุกข์ทำให้เรามีความสุขได้ง่ายขึ้น กินง่ายๆ อยู่ง่ายๆคนเราแค่มีปัจจัยสี่พอประมาณ มีสุขภาพเป็นปกติก็มีความสุขแล้ว สิ่งอื่นๆเป็นส่วนเกิน ยิ่งหา ยิ่งแบก ยิ่งมีภาระมาก”


“ความทุกข์สอนให้เรามีน้ำใจ คนที่ขาดแคลนเคยลำบากย่อมต้องมีจิตใจที่เข้าใจคนที่เคยมีความทุกข์ด้วยกัน ย่อมมีน้ำใจ อยากช่วยเหลือคนอื่น มากกว่าคนที่ไม่เคยลำบาก ชีวิตสุขสบาย ยิ่งเรายิ่งให้ได้มากเราก็ยิ่งมีความสุข”


“ความทุกข์สอนให้เราเป็นคนกตัญญู ทุกคนที่เคยช่วยเหลือเรา
จากความยากลำบาก ล้วนมีพระคุณที่เราควรตอบแทน”


“หากมีปากไว้แค่กินข้าว หรือนินทาชาวบ้าน
สู้เกิดเป็นใบ้ดีกว่า ยังไม่ต้องสร้างวจีกรรม”

“ความทุกข์สอนว่า ไม่มีสิ่งใดที่เป็นสิ่งที่จีรังยั่งยืน ความทุกข์มาแล้วก็ไป ความสุขมาแล้วก็ไป ร่างกายนี้เป็นที่มาของความทุกข์ ความคิดความรู้สึกก็เป็นที่มาของความทุกข์ ความสุขแบบโลกๆ อยากได้อะไรแล้วก็ได้มา ก็เป็นแค่การบรรเทาทุกข์ที่มีให้น้อยลงไปแค่นั้นเอง สักพักก็ต้องอยากและมีความทุกข์อีก”


“เมื่อตกอยู่ในความทุกข์ ทุกอย่างเป็นจริงเป็นจังหนักหนาสาหัสถึงขั้นปลิดชีวิตเราได้ แต่เมื่อผ่านความทุกข์นั้นมา ความทุกข์นั้นก็เสมือนดังฝันร้ายไม่ได้เกิดขึ้นจริง แถมเมื่อมองย้อนกลับไปและตอบตัวเองอย่างมีสติ กว่าแปดสิบเปอร์เซ็นต์ของความทุกข์เป็นความคิดแง่ลบและความวิตกกังวลเกินเหตุ การไม่เข้าใจโลกตามที่เป็นจริงมากกว่า”


“ความทุกข์สอนให้เราเป็นคนที่ไม่แสดงความกร่าง แสดงความยึดติดในความคิดของตัวเองมากจนเกินไป คนจนๆ คนไม่ค่อย
มีโอกาสในสังคม เป็นคนที่เจียมเนื้อเจียมตัว รู้จักกาลเทศะ รู้จักสิ่งที่ควรไม่ควรเสมอ”


“เงินทองและความสำเร็จในทางโลกเป็นแค่ปัจจัยในการอยู่ในสังคมแค่นั้น บุญกุศลและความสุขจากการภาวนา จึงจะเป็นความสำเร็จที่แท้จริง คนที่มีเงินร้อยล้านพันล้าน ที่กำลังใกล้ตาย ก็เอาเงินซื้อเวลาสักวินาทีก็ไม่ได้ ซื้อความสุขจากความทุกข์ทรมานก็ไม่ได้เลย ไม่มีใครช่วยเราได้เมื่อมีความทุกข์ การกระทำหรือบุญที่คิดถึงแล้วมีความสุขความสงบ จิตที่ฝึกไว้ดีแล้ว จะช่วยผ่อนหนักเป็นเบาได้”


“คนทำความดี แต่ไม่ละเว้นความชั่ว
ก็เหมือนคนแต่งตัวดี แต่ไม่ได้อาบน้ำ”

“ความสุข” สำคัญที่คุณภาพของชีวิต ไม่ได้สำคัญที่ปริมาณของวัตถุที่คุณถือครอง”


“เจ็ด สิ่งมหัศจรรย์ของโลก ถึงแม้เป็นเรื่องยิ่งใหญ่ก็นับว่าเป็นสิ่งไกลตัว สู้ 7 สิ่งมหัศจรรย์ภายใน ซึ่งเป็นเรื่องในตัวของเราเองไม่ได้… “


“อย่ารักจนเสียการเรียน อย่าวนเวียนแต่เรื่องความรัก”


“สรรพสิ่งล้วนอิงอาศัยกัน”


“หากคุณขยันเหมือนมด รับประกันว่าชาตินี้ “ไม่มีวันอดตาย”


“เมื่อความโลภเดินผ่านมา สติปัญญาและความดีงามมักหายไป พึงระมัดระวัง… “


“ในทุกครั้งที่ท่านคาดหวัง ท่านมักจะผิดหวังเสมอ การมีชีวิตอยู่โดยไม่คาดหวัง อะไรจะเกิด ก็สามารถยอมรับได้หมดอย่างเข้า
ใจหากใครทำได้ คนคนนั้นจะสงบและไม่ทุกข์เลย… “


“หากเราไม่ชอบการนินทาว่าร้าย เราก็อย่านินทาว่าร้ายคนอื่น
หากเราไม่ชอบคนมักโกรธ เราก็อย่าโกรธใครๆ
หากเราชอบคนใจดียิ้มแย้มแจ่มใสมีแต่ความเมตตากรุณา เราก็จงเป็นคนเช่นนั้น
หากเราไม่ชอบคนเอาเปรียบหรือเห็นแก่ตัว เราก็อย่าทำเสียเอง”


“ในบางครั้งถ้าเราหาคำตอบที่ดีหรือเหมาะสมไม่ได้ การนิ่งเงียบก็คือทางออกที่ดีที่สุดที่พึงกระทำ… “


ชีวิตที่มีความสงบสุข…
ที่แท้จริงคือ”ชีวิตที่อยู่ใน ทาน ศีล ภาวนา”


“มนุษย์จะมีความสงบสุขมากขึ้น หากใส่ใจหรือยุ่งวุ่นวายกับชีวิตของคนอื่นให้น้อยลง แล้วนำเวลามาใส่ใจการเจริญสติหรือภาวนาให้มากขึ้น”


“…เรื่องของคนอื่น เราไปแก้เขาไม่ได้
ที่แก้ได้คือตัวเราแก้ข้างนอกเป็นเรื่องโลก
แต่แก้ที่ตัวเรานี่เป็นเรื่องธรรม…”


“ยิ่งสูงก็ยิ่งหนาว คือ คำกล่าวของผู้นำที่ล้มเหลว”


“คนรักกันต้องยอมทิ้ง “พยศ” ลด “มานะ” ละ “ทิฐิ” หรือทิ้งความเป็น “เธอ” ความเป็น “ฉัน” เพื่อหลอมกันเป็น “เรา”


“การทำความดี”
นั้นอย่าได้คาดหวังคำชื่นชม
หรือคำสรรเสริญเยินยอ ทำแล้วปิติเบิกบานใจเท่านั้นพอ… “


 “เมื่อมีโอกาสได้เกิดมาเป็นมนุษย์…
แต่ไม่ใช้โอกาสที่มีนี้สร้างกุศลกรรมความดี…
ช่างน่าเสียเวลาที่สูญเสียไปโดยเปล่าประโยชน์ยิ่งนัก… “

“ท่านเคยสังเกตตนเองไหมว่า ในทุกครั้งที่ท่านทำความชั่วหรือสร้างอกุศลกรรม ท่านจะมีแต่ความไม่สบายใจ หาความสงบสุขไม่ได้เลย แต่ในทางตรงกันข้ามนั้น ในทุกครั้งที่ท่านทำความดีหรือสร้างกุศลกรรมแม้เพียงเล็กน้อยก็ตาม ท่านจะปิติสุขใจไปตลอดทั้งวัน นึกถึงทีไรก็ชื่นใจเสมอ… “

“ไม่ว่าเราจะทำอะไร… ก็ยากที่จะถูกใจคนทุกคนได้… ดังนั้นหากเราคิดว่าเราทำความดีด้วยจิตบริสุทธิ์ใครจะพูดอย่างไร..ไม่ต้องสนใจ… ไม่อย่างนั้นเราจะทำความดีเพื่อสะสมบุญบารมีเป็นเสบียงบุญไม่ได้เลย… “


 “หมั่นสร้างสมแต่คุณงามความดีไว้เถิด…
แล้วชีวิตของท่านจะพานพบแต่สิ่งที่ดีงามอันเป็นศิริมงคลแห่งชีวิต…ตลอดไป… “

 “ขอเพียงเรามีพระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์…
อยู่ในหัวใจ เราย่อมรู้สึกอบอุ่นปลอดภัยในทุกสถานการณ์เสมอ.. “

 “จงอดทน ต่อความทุกข์ยากหรือความลำบาก ด้วยความมานะบากบั่นขยันหมั่นเพียรในหน้าที่การงานบนความวิริยะอุตสาหะด้วยความซื่อสัตย์สุจริตและเข้มแข็ง อดทนถึงที่ ได้ดีแน่นอน… “

คำคมธรรมะ สอนใจ ปล่อยวาง

พุทธศาสนากับคนไทยนั้นอยู่ด้วยกันมาอย่างช้านาน คนไทยซึมซับเอาคำสอนของพระสัมมาสัมพุทธเจ้ามาไว้เป็นเครื่องยึดเหนี่ยวจิตใจ ให้ดำเนินชีวิตไปได้อย่างผาสุก รวมไปถึงเชื่อมั่นในคำสอนต่าง ๆ ของพระอาจารย์ที่เป็นที่เคารพของพวกเราชาวพุทธด้วย เราลองมาดูธรรมะดี ๆ ข้อคิด คติธรรม ที่จะช่วยเป็นเครื่องเตือนใจในการใช้ชีวิตอย่างมีสติต่อไป

คำคมธรรมะสอนใจ ปล่อยวาง


 “นักปฏิบัติธรรมย่อมมีจิตใจอันประกอบไปด้วย เมตตา กรุณา มุทิตา อุเบกขา เห็นใครทำดี ไม่ว่าจะเป็นเรื่องอะไร ก็ตาม ก็ยินดีกับเขาไปทั้งหมด จะไม่ขัดใคร ไม่ว่าจะเป็นสำนักใด ศาสนาไหน โมทนาบุญกับบุคคลที่ทำความดีทุกคน จะไม่ขัดคอใครเลย… “

“อย่ารักจนหน้ามืดตามัว กระทั่งมองไม่เห็นหัวของมารดาบิดาบังเกิดเกล้า”


“ความรักไม่ง่ายเหมือนลวกก๋วยเตี๋ยว ทุกครั้งที่มีความรักและคนรัก ต้องใช้สติให้ทันอารมณ์ ต้องรักด้วยสมอง อย่าให้รักขึ้นสมอง”


“ทุกครั้งที่มีความรัก ควรเผื่อใจไว้สำหรับการอกหักที่อาจจะเกิดขึ้นได้เสมอ ทุกคนที่มีความรัก ควรภาวนาคาถากันน้ำตาไหลที่ว่า “ไม่แน่ ไม่ได้ดั่งใจ ไม่มีอะไรสมบูรณ์” เอาไว้เสมอ”


“อย่าไปจมกับสิ่งหนึ่ง.. สิ่งใด
ไม่ว่าสิ่งนั้น จะเป็นสุข หรือ ทุกข์…”


“ระวังอย่าติดสิ่งใด…
ให้รู้ว่าสิ่งนั้นมันไม่เที่ยง เกิดขึ้นแล้ว.. มันก็ดับไปเป็นธรรมดา..
อย่าไปดูดรั้งให้มันอยู่นาน.. อย่าไปผลักต้านให้มันหายไป…
เพราะใจ… จะเป็นทุกข์…”


“เห็นธรรมชาติของมัน… เห็นตามจริงในความเป็นเช่นนั้นเอง…
ใจก็จะไม่ติดสุข หรือ ติดทุกข์… ใจจะเป็นกลาง.. สงบไม่วุ่นวาย..
ท่ามกลางปัจจัยที่เปลี่ยนแปลง… มันก็จะเย็นได้อย่างนี้เอง…”


 “ความจริงแล้วพื้นฐานจิตใจของคนเราก็เหมือนกับท้องฟ้า
ที่มักจะสดใสและร่าเริงอยู่เสมอ
เพียงแต่..ในบางครั้งอาจจะมีคนมองว่านิสัยของเราเป็นแบบนั้นหรือแบบนี้ ก็เพราะ..มีเมฆที่บดบังเราอยู่
เมื่อวันหนึ่งที่เราเจอกับบางเรื่องที่เลวร้าย ก็เหมือนกับวันที่ท้องฟ้ามีฝนตก
และเมื่อเมฆฝนผ่านไป เราก็จะเห็นท้องฟ้าที่สดใสเหมือนเช่นเคย… “

“ระวังหูของเรา
ดีกว่าเฝ้าปิดปากคนอื่น”

“ความทุกข์สอนให้เราเป็นคนมีความอดทน ทนได้ต่อความทุกข์
ทนได้ต่อความยากลำบาก ทนได้ต่อช่วงเวลาที่ยาวนานของความทุกข์ที่ดูเหมือนจะไม่มีวันหมดสิ้น ไปจากชีวิต”


“ความทุกข์สอนให้เราเป็นคนแกร่ง ไม่ย่นย่อต่อความลำบาก เหมือนเหล็กร้อนที่ผ่านไฟย่อมแข็งแกร่งขึ้น คนที่เคยลำบาก แล้วผ่านมาได้ด้วยความอดทนพยายาม จะไม่กลัวต่อความยากลำบาก เหมือนที่คนโบราณกล่าวว่า”ลำบากเสียให้เคย แล้วจะไม่ลำบากอีก” “


“ความทุกข์สอนให้เราเป็นคนซื่อสัตย์ เพราะว่าคนที่ยืนได้ด้วยขาของตัวเอง เคยลำบากมาก่อน ย่อมไม่คิดจะหลอกลวงใคร เพราะทุกคนก็ล้วนมีความทุกข์มากบ้างน้อยบ้าง ต่างก็เป็นเพื่อนร่วมทุกข์ เกิดแก่ เจ็บตาย เราไม่อยากคดโกงผู้ใดให้เขาต้องทุกข์ขึ้นไปอีก การคดโกงในปัจจุบันแล้วทำให้ความสุขลดน้อยจากบาปในใจหรือต้องใช้กรรมในภายหลัง ไม่คุ้มกันเลย”


“ทำบุญปฏิบัติธรรมด้วยใจกุศล… มนุษย์ไม่เห็น… แต่เทพเทวดาเห็น… จงหมั่นทำบุญรักษาศีลภาวนาเพื่อเข้าสู่หนทางหลุดพ้นจุดสุดท้ายที่ภาวนาได้ คือ จิตเป็นกลางด้วยปัญญา เข้าใจในอนิจจัง ทุกขัง อนัตตา หลุดพ้น” วัดสระประสานสุข หลวงปู่บุญมี อุบล


” “น้ำ” นี้มันไม่เคยง้อใครเลย ใครจะกินหรือไม่กิน จะอาบหรือไม่อาบ มันไม่เคนเรียกไม่เคยเชิญใครเลย หรือว่าใครจะนำมันไปล้างกระโถน ชักผ้าขี้ผ้าเยี่ยว มันก็ไม่เคยบ่น “ธรรม” ก็เหมือนกัน มันมีอยู่ตัวเรา ใครจะประพฤติปฏิบัติ ธรรมก็ไม่เคยเชิญใครไม่เคยง้อใคร ใครอยากพ้นทุกข์ อยากได้มรรคผลก็พยายามประพฤติปฏิบัติเองเถอะ” หลวงพ่อสนอง กตฺปุญโญ


“ในเมื่อเวลาและวารี ไม่เคยคอยใคร ดังนั้น เราจะมาเป็นคนที่เอาแต่ผัดวันประกันพรุ่งอยู่ไม่ได้”


“เด็กทุกคนล้วนมีดี ครูต้องหาวิธี ค้นหาดีในตัวเด็กให้พบ”


“ยึดมากก็ทุกข์มาก ยึดน้อยก็ทุกข์น้อย ไม่ยึดก็ไม่ทุกข์”


“ทองแท้ไม่กลัวไฟ คนจริงไม่กลัวอุปสรรค”


“เมื่อเราอยู่ ณ ปัจจุบันขณะ “ความฟุ้งซ่าน” ซึ่งอาศัยอดีตเป็นอารมณ์ ก็จะเกิดขึ้นหรือจะก่อตัวขึ้นมาไม่ได้เลย”


“กรรมนี้เป็นเรื่องใหญ่โตมากที่สุด
ไม่มีอะไรเหนือกรรม
โลกอันนี้ไม่มีสิ่งใดเหนือกรรม”
หลวงตามหาบัว ญาณสัมปันโน

“จงรักษาความถูกต้องมากกว่าความถูกใจ
คนเดี๋ยวนี้มันจัญไร
รักษาความถูกใจมากกว่าความถูกต้อง”
พระพยอม กัลยาโณ

“โปรดอย่าห่วงที่เขาไม่รู้ว่าเราดี
แต่จงห่วงว่าเรานี้ดีจริงหรือเปล่า” หลวงปู่บุญกู้ อนุวฑฺฒโน


“คนเรามันโง่
เพราะไปคิดผิดๆ
เขาไม่รัก เรายิ่งทุกข์ใหญ่
เขาไม่รักเราสิสบายใจ
เราไม่ต้องไปปรนนิบัติเอาอกเอาใจเขาแล้ว”
หลวงพ่อสนอง กตปุญโญ

“การพูดตรงเป็นสิ่งที่ดี แต่
ถ้าไม่ตรงคน ไม่ตรงเรื่อง ไม่ตรงกาลเทศะ
พูดเมื่อไหร่ก็จะหายนะกันเมื่อนั้น”
ว.วชิรเมธี

“อย่ามัวแต่หาเงิน
จนไม่มีเวลาหาตัวเอง”
ชยสาโรภิกขุ

“ถ้าคุณถามว่า
ชาติหน้ามีไหม?
อาตมาก็ถามว่า
พรุ่งนี้มีไหม?
ถ้ามีพาไปดูได้ไหม? “
หลวงพ่อชา สุภัทโท

“เวลาโกรธขึ้นมา
ด็อกเตอร์ กับ ป.4 ก็โง่พอ ๆ กัน”
หลวงพ่อชา สุภัทโท

“การไม่ทำจริง เป็นเหตุให้ไม่เกิดผล
เมื่อไม่เกิดผลก็ย่อมเกิดสนิมในใจ
คือ ความเบื่อหน่าย ท้อถอย เกียจคร้าน
แล้วในที่สุดก็เลิก….” ท่านพ่อลี ธมฺมธโร


“คนเราเกิดมาต้องรู้จักทำประโยชน์
ถ้าไม่ทำประโยชน์ก็ไม่ใช่มนุษย์
เขาเรียกว่า ‘หมานุษย์'”
หลวงปู่จวน กุลเชฏโฐ

“เห็นเสือหมอบอย่าเชื่อว่าเสือไหว้
เผลอเมื่อไรกัดกินสิ้นทั้งขน
เกิดเป็นคนต้องรู้จักเกรงใจคน
อย่ายกตนข่มท่านนั้นไม่งาม”
วัดเทพพิทักษ์ปุณณาราม (วัดพระขาว)
อ.ปากช่อง จ.นครราชสีมา

“จะรู้ไปทำไมกับเรื่องไม่เป็นเรื่อง
รู้แล้วได้ประโยชน์อะไร
เรื่องของตัวเอง ทำไมไม่อยากรู้
ทำไมถึงอยากรู้เรื่องของคนอื่น”
หลวงปู่ผาง ปริปุณโณ

“ชีวิตกับความตายเป็นของคู่กัน
เราอยู่อย่างไร เราก็ตายอย่างนั้น
ถ้าหากเราต้องการตายดี
ก็ต้องมีชีวิตที่ดีงาม”
พระไพศาล วิสาโล

“สิ่งใดเดือดร้อนเขา สบายเรา อย่าทำ
สิ่งใดเดือดร้อนเรา สบายเขา อย่าทำ
สิ่งใดเดือดร้อนเรา เดือดร้อนเขา ก็อย่าทำ
สิ่งใดไม่เดือดร้อนเขา ไม่เดือดร้อนเรา
จงคิดและจงทำเถิด”
พุทธดำรัส

“คนตาบอด…คบได้
คนใจบอด…คบไม่ได้”
หลวงพ่อคูณ ปริสุทโธ

“คนดีอยู่ที่เรานี่แหละ
ถ้าเราไม่ดีแล้ว
เราจะอยู่ที่ไหนกับใคร
มันก็ไม่ดีทั้งนั้น”
หลวงพ่อชา สุภัทโท

“บาตรรั่วเพราะสนิมกัดกร่อนฉันใด
คนปล่อยให้กิเลสตัณหา
ตั้งบ้านเรือนอยู่ในใจได้
ก็ต้องทุกข์อยู่เช่นนั้นเหมือนกัน”
หลวงปู่จันทร์ สิริจนฺโท

“ทำบุญกับพระที่ไหนๆ
ก็ต้องไม่ลืมพระที่บ้าน
พ่อแม่เรานี่แหล่ะ
อย่ามองข้ามท่านไป”
หลวงปู่ดู่ พรหมปัญโญ – คำคมธรรมะ

“เรื่องแก้กรรมอะไรนี่ พุทธศาสนาไม่มีแน่นอน
อะไรที่ทำไปแล้ว เกิดขึ้นแล้ว มันแก้ไม่ได้
ถ้าจะแก้ได้มีอย่างเดียว คือแก้ไขตัวเอง”
พระไพรวัลย์ วรรณบุตร – คำคมธรรมะ

“ก่อนที่จะพูดอะไร ให้ถามตัวเองว่า
ที่จะพูดนี้จำเป็นหรือเปล่า
ถ้าไม่จำเป็นก็อย่าพูด
นี่เป็นขั้นต้นของการอบรมใจ
เพราะถ้าเราควบคุมปากตัวเองไม่ได้
เราจะควบคุมใจได้อย่างไร”
ท่านพ่อเฟื่อง โชติโก – คำคมธรรมะ

“สิ่งทั้งหลายกำลังเปลี่ยนแปลง
ไม่มีสิ่งใดยั่งยืนคงที่แน่นอน
เราเกิดมา…เพื่อรอเวลาตาย
เราได้มา…เพื่อรอเวลาเสีย
เรามี…เพื่อรอเวลาหมด
เราเจอ…เพื่อรอเวลาจาก
เราพบเพื่อรอเวลาพลัดพราก
…จากกันไป…”
หลวงพ่อจรัญ ฐิตธัมโม

“ชีวิตนี้น้อยนัก
แต่ชีวิตนี้สำคัญนัก
เป็นหัวเลี้ยวหัวต่อ เป็นทางแยก
จะไปสูงไปต่ำ จะไปดีไปร้าย
เลือกได้ในชีวิตนี้เท่านั้น
พึงสำนึกข้อนี้ให้จงดี
แล้วจงเลือกเถิด…เลือกให้ดีเถิด”
สมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราชฯ

“คนที่สามารถห้ามตัวเองได้ทุกครั้ง
ที่จิตใจกำลังใฝ่ต่ำ
คือคนที่โชคดีที่สุดในโลก”
ว.วชิรเมธี

เพื่อปกปิดความชั่ว เพียงอย่างเดียว 
เขาก็ต้องทำความชั่วอีกหลายอย่าง
เปิดเผยมันเสีย ยังจะดีซะกว่า
พุทธทาสภิกขุ

“ก่อนที่มนุษย์ยังไม่รู้จักทำน้ำแข็ง
มนุษย์เย็นอกเย็นใจกว่าเดี๋ยวนี้
เมื่อยังไม่มีไฟฟ้า
จิตใจของมนุษย์สว่างกว่าเดี๋ยวนี้”
พุทธทาสภิกขุ

“คนอื่นเขาด่าเรา เขาก็ลืมไป
แต่เราไปเก็บมาคิด
เหมือนเขาคายเศษอาหารทิ้งไปแล้ว
เราไปเก็บมากิน แล้วจะว่าใครโง่”
หลวงพ่อเฟื่อง โชติโก

“สร้างบุญใช้สติ
ไม่ต้องใช้สตางค์
พวกเราหาแต่สตางค์
ไม่หาสติกันเลย”
หลวงพ่อจรัญ ฐิตธัมโม

“คนดีจริง จะรู้ตัวว่ายังเลวตรงไหน
และจะไม่ด่าคนอื่น เพียงเพื่อให้รู้สึกว่าตัวเองดีขึ้น”
ดังตฤณ – คำคมธรรมะ

“ถ้ามีคนมาบอกว่าเราเป็นหมา
เราจะโกรธเขาไหม ?
ถ้าโกรธ…เราก็เป็นหมาอย่างที่เขาว่า”
หลวงพ่อชา สุภัทโท – คำคมธรรมะ

ติดตามคำคมโดนๆ บทความดีๆ อื่นๆ ได้ที่ forfundeal.com